บล็อกนี้เป็นเพียงช่องทางรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากที่ต่างๆ ผู้จัดทำไม่ได้มีเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารหรือต้องการให้ร้าย องกรณ์ หน่วยงานและบุคคลใดๆทั้งสิ้น+++++ หากบทความใดผิดพลาดหรือกระทบต่อ องกรณ์ หน่วยงาน หรือบุคคลใด ผู้จัดทำก็กราบขออภัยไว้ล่วงหน้า +++++ ผู้อ่านท่านใดมีข้อมูลหักล้าง ชี้แนะ หรือมีความเห็นใดๆเพิ่มเติมก็ขอความกรุณาแสดงความเห็นเพื่อให้เป็นความรู้สำหรับผู้อ่านท่านต่อๆไปได้ตามแต่จะเห็นสมควร ------------- ขอขอบคุณเจ้าของบทความทุกๆท่านมา ณ. ที่นี้ด้วยครับ *******ช.ช้าง *******

วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

“แดงทั้งแผ่นดิน” จริงหรือ??



    ภูมิศาสตร์การเมืองหลัง เลือกตั้งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ที่ผ่านมา ภาพรวมไม่ได้ผิดจากความคาดหมายของผู้ติดตามการเมืองเท่าไร “พรรคเพื่อไทย” ชนะการเลือกตั้งโดยมีจำนวนผู้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มากกว่าของพรรคประชาธิปัตย์เกินกว่า 100 คน ซึ่งคะแนนส่วนใหญ่มาจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ “พรรคประชาธิปัตย์” ได้คะแนนมาจากฐานเสียงหลัก คือ ภาคใต้และกรุงเทพมหานคร
    อย่างไรก็ตาม อาร์เอสยูนิวส์ได้รวบรวมข้อมูลดิบ สถิติผู้ออกไปใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งในแต่ละเขตทั่วประเทศ ทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อ มีข้อสังเกตหลายประการที่สามารถสะท้อนภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการ เลือกตั้งครั้งนี้ได้มากทีเดียว
  1. พรรคเพื่อไทย ชนะถล่มทลายจริงหรือ
  2. “แดงทั้งแผ่นดิน” จริงหรือ
  3. เสียงที่ไม่เลือก คือใคร อยู่ที่ไหน
  4. จำนวน ส.ส. กับคะแนนเสียง สะท้อนนัยอะไรบ้าง
    จึงขอนำเสนอเอกสารข้อสังเกตดังกล่าว เพื่อเป็นประโยชน์สาธารณะต่อไป










RSU news

ในหลวงของเรา... มหากษัตริย์ยอดกตัญญู

  by ครูทิพย์ ,  
ขอขอบคุณบทความซึ่งเขียนโดย พ.อ.(พิเศษ)ทองคำ ศรีโยธิน
ลูก ๆ ทุกคน...ก็ได้รู้กันแล้วว่า ความหวังของแม่ ที่มีต่อลูก 3 หวังคือ
ยามแก่เฒ่า หวังเจ้า เฝ้ารับใช้
ยามป่วยไข้ หวังเจ้า เฝ้ารักษา
เมื่อถึงยาม ต้องตาย วายชีวา
หวังลูกช่วย ปิดตา เมื่อสิ้นใจ
ที่นี้...มาดูตัวอย่างบ้าง...บุคคลที่เป็นยอดกตัญญู ที่ประทับใจอาจารย์มากที่สุด
คือใคร ทราบไหม? คือคนในภาพนี้... ในหลวงของเรา...
ในหลวง... นอกจาก จะเป็นยอดพระมหากษัตริย์ของโลก... เป็นTHE KING OF KINGS แล้ว
ในหลวงของเรา ยังเป็นกษัตริย์ยอดกตัญญูด้วย ความหวังของแม่...ทั้ง 3 หวัง ในหลวงปฎิบัติได้ครบถ้วนสมบูรณ์
เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดให้แก่พวกเรา ในหลวงทำกับแม่ยังไง? ตามอาจารย์มา...อาจารย์ จะฉายภาพให้เห็น
หวังที่ 1. ยามแก่เฒ่า..หวังเจ้า...เฝ้ารับใช้...ใครเคยเห็นภาพที่...สมเด็จย่า เสด็จไปในที่ต่าง ๆ
แล้วมีในหลวง..ประคองเดินไปตลอดทาง...เคยเห็นไหม...? ใครเคยเห็น...กรุณายกมือให้ดูหน่อย... ขอบคุณ...เอามือลง
ตอนสมเด็จย่าเสด็จไปไหนเนี่ย...มีคนเยอะแยะ... มีทหาร...
มีองครักษ์...มีพยาบาล...ที่คอยประคองสมเด็จย่าอยู่แล้ว แต่ในหลวงบอกว่า...
“ ไม่ต้อง...คนนี้...เป็นแม่เรา...เราประคองเอง ”
ตอนเล็ก ๆ แม่ประคองเรา... สอนเราเดิน หัดให้เราเดิน...เพราะฉะนั้น ตอนนี้แม่แก่แล้ว...
เราต้องประคองแม่เดิน เพื่อเทิดพระคุณท่าน...ไม่ต้องอายใคร... เป็นภาพที่...ประทับใจมาก...
เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ท่านกตัญญูต่อแม่... ประคองแม่เดิน
ประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จ... สองข้างทาง ฝั่งนี้ 5,000 คน ฝั่งนู้น... 8,000 คน
ยกมือขึ้น...สาธุ แซ่ซ้อง...สรรเสริญ "กษัตริย์ยอดกตัญญู"
 
ในหลวง...เดินประคองแม่... คนเห็นแล้ว... เขาประทับใจ ถ่ายรูป...เอามาทำปฎิทิน ...
เอาไปติดไว้ที่บ้าน เพื่อแสดงความเคารพ...กราบไหว้...
ลองหันมาดูพวกเรา...ส่วนใหญ่ เวลาออกไปไหน แต่งตัวโก้...ลูกชาย... แต่งตัวโก้...
ลูกสาว...แต่งตัวสวย...แต่เวลาเดิน...ไม่มีใครประคองแม่...กลัวไม่โก้... กลัวไม่สวย...
ข้าราชการ...แต่งเครื่องแบบเต็มยศ... ติดเหรียญตรา...เหรียญกล้าหาญ... เต็มหน้าอก...
แต่เวลาเดิน...ไม่กล้าประคองแม่... กลัวไม่สง่า...กลัวเสียศักดิ์ศรี...
ประคองแม่...เป็นเรื่องของ...คนรับใช้...หลายคน...ให้ประคองแม่...ไม่กล้าทำ อาย...
เวลาทำดี...ไม่กล้าทำ...อาย, เวลาทำชั่ว...กล้า...ไม่อาย...
ใครเห็นภาพนี้ ที่ไหน...กรุณาซื้อใส่กรอบ...แล้วเอาไปแขวนไว้ที่บ้าน... เอาไว้สอนลูก
เห็นภาพชัดเจนไหมครับ? เท่านั้น ...ยังน้อยไป...มาดูภาพที่ชัดเจนกว่านั้น...
หลังงานพระบรมศพสมเด็จย่า...เสร็จสิ้นลงแล้ว ราชเลขาของสมเด็จย่า... มาแถลงในที่ประชุม...
ต่อหน้าสื่อมวลชน...ว่า... ก่อนสมเด็จย่า จะสิ้นพระชนม์ปีเศษ ตอนนั้นอายุ 93
ในหลวง...เสด็จจากวังสวนจิตร... ไปวังสระปทุมตอนเย็นทุกวัน
ไปทำไมครับ? ไปกินข้าวกับแม่ ไปคุยกับแม่...ไปทำให้แม่ชุ่มชื่น หัวใจ...
พอเขาแถลงถึงตรงนี้ อาจารย์ตกตะลึง...
โอ้โห!...ขนาดนี้เชียวหรือในหลวงของเรา
เสด็จไปกินข้าวมื้อเย็นกับแม่... สัปดาห์ละกี่วัน...ทราบไหมครับ? พวกเราทราบไหมครับ...สัปดาห์ละกี่วัน?
5 วัน มีใครบ้างครับ? ที่อยู่คนละบ้านกับแม่ แล้วไปกินข้าวกับแม่...สัปดาห์ละ 5 วัน หายาก.....
ในหลวง มีโครงการเป็นร้อย... เป็นพันโครงการ... มีเวลาไปกินข้าว กับแม่... สัปดาห์ละ 5 วัน
พวกเรา ซี 7 ซี 8 ซี 9 ร้อยเอก...พลตรี...อธิบดี... ปลัดกระทรวง...ไม่เคยไปกินข้าวกับแม่...
บอกว่า...งานยุ่ง แม่บอกว่า... ให้พาไปกินข้าวหน่อย... บอกว่าไม่มีเวลา จะไปตีกอล์ฟ...
ไม่มีเวลาพาแม่ไปกินข้าว... แต่มีเวลาไปตีกอล์ฟ...เห็นตัวเองหรือยัง...?
พ่อแม่...พอแก่แล้ว ก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ...ฝนตก...น้ำเซาะ...อีกไม่นานก็โค่น...
พอถึงวันนั้น...เราก็ไม่มีแม่ให้กราบแล้ว...ในหลวงจึงตัดสินพระทัย...ไปกินข้าวกับแม่สัปดาห์ละ 5 วัน
เมื่อตอนที่ สมเด็จย่าอายุ...93 สัปดาห์หนึ่งมี 7 วัน ในหลวงไปกินข้าวกับแม่ 5 วัน อีก 2 วันไปไหนครับ?
ดร.เชาว์ ณ ศีลวันต์...องคมนตรี บอกว่า... ในหลวงถือศีล 8 วันพระ ...ถือศีล 8 นี่ยังไง...?
ต้องงดข้าวเย็น...เลยไม่ได้ไปหาแม่...วันนี้เพราะถือศีล อีกวันหนึ่งที่เหลือ...อาจจะกินข้าวกับ พระราชินี...กับคนใกล้ชิด
แต่ 5 วัน... ให้แม่ เห็นภาพชัดแล้วใช่ไหม...?
ตอนนี้เราขยับเข้าไปใกล้ ๆ หน่อย ไปดูตอนกินข้าว...ทุกครั้ง...ที่ในหลวง ไปหาสมเด็จย่า...
ในหลวงต้องเข้าไปกราบ ที่ตัก...แล้วสมเด็จย่า...ก็จะดึงตัวในหลวง... เข้ามากอด...
กอดเสร็จก็หอมแก้ม... ใครเคยเห็นภาพสมเด็จย่า...หอมแก้มในหลวงบ้าง...?
ภาพนี้...ถ้าใครมี...ต้องเอาไปใส่กรอบ เป็นภาพความรักของแม่...ที่มีต่อลูก...อย่างยอดเยี่ยม
ตอนสมเด็จย่า...หอมแก้มในหลวง... อาจารย์คิดว่า แก้มในหลวง...คงไม่หอมเท่าไร...
เพราะไม่ได้ใส่น้ำหอม แต่ทำไม... สมเด็จย่าหอมแล้ว...ชื่นใจ... 
เพราะ ท่านได้กลิ่นหอม... จากหัวใจในหลวง หอมกลิ่นกตัญญ
ไม่นึกเลยว่า...ลูกคนนี้ จะกตัญญูขนาดนี้ จะรักแม่มากขนาดนี้
ตัวแม่เองคือ สมเด็จย่า...ไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์ เป็นคนธรรมดา...สามัญชน ...
เป็นเด็กหญิงสังวาลย์ เกิดหลังวัดอนงค์... เหมือนเด็กหญิงทั่วไป...เหมือนพวกเราทุกคนในที่นี้
ในหลวงหน่ะ...เกิดมาเป็นพระองค์เจ้า เป็นลูกเจ้าฟ้า ปัจจุบันเป็นกษัตริย์...เป็น พระเจ้าแผ่นดินอยู่เหนือหัว
แต่ในหลวง... ที่เป็นพระเจ้าแผ่นดิน... ก้มลงกราบ...คนธรรมดา... ที่เป็นแม่
หัวใจลูก... ที่เคารพแม่... กตัญญูกับแม่อย่างนี้ หาไม่ได้อีกแล้ว...
คนบางคน... พอเป็นใหญ่เป็นโต ไม่กล้าไหว้แม่... เพราะแม่มาจากเบื้องต่ำ...
เป็นชาวนา... เป็น ลูกจ้าง... ไม่เคารพแม่...ดูถูกแม่
แต่นี่...ในหลวง เทิดแม่ไว้เหนือหัว... นี่แหละครับความหอม
นี่คือเหตุที่สมเด็จย่า...หอมแก้มในหลวงทุกครั้ง... ท่านหอมความดี... หอมคุณธรรม...
หอมความกตัญญู... ของในหลวง หอมแก้มเสร็จแล้ว...ก็ร่วมโต๊ะเสวย ...
ตอนกินข้าวนี่...ปกติ.. .แค่เห็นลูกมาเยี่ยม...ก็ชื่นใจแล้ว...
นี่ลูกมากินข้าวด้วย...โอย...ยิ่งปลื้มใจ
แม่ทั้งหลาย...ลองคิดดูซิ...อะไรอร่อย ๆ ในหลวงจะตักใส่ช้อนแม่...อันนี้ อร่อย...แม่ลองทาน...
รู้ว่าแม่ชอบทานผัก... หยิบผักมาม้วน ๆ ใส่ช้อนแม่... เอ้าแม่ ...แม่ทานซะ...ของที่แม่ชอบ
แทนที่จะกินแค่ 3 คำ 4 คำ ก็เจริญอาหาร...กินได้เยอะ เพราะมีความสุขที่ได้กินข้าวกับลูก
มีความสุขที่ลูกดูแล...เอาใจใส่...กินข้าวเสร็จแล้ว...ก็มานั่งคุยกับแม่...
ในหลวงดำรัสกับแม่ว่าไง... ทราบไหม...? ตอนในหลวงเล็ก ๆ...แม่เคยสอนอะไรที่สำคัญ..."อยากฟังแม่สอนอีก" เป็นยังไงบ้าง...?
เป็น กษัตริย์...ปกครองประเทศ... อยากฟังแม่สอนอีก... พวกเรา เป็นยังไง...? เราคิดว่า...เรารู้มาก ...เราเรียนสูง...เรามีปริญญา... แม่จบ ป.4 เวลาแม่สอน...ตะคอกแม่ ตวาดแม่ กระทืบเท้าใส่แม่ เบื่อจะตายอยู่แล้ว... รำคาญ...พูดจาซ้ำซาก... เมื่อไหร่จะหยุดพูดซะที... เราเหยียบย่ำ หัวใจแม่...
สมเด็จ ย่าสอน...ในหลวงจะเอากระดาษมาจด... มีอยู่เรื่องหนึ่ง... ที่จำได้แม่น... สมเด็จย่า...เล่าว่า ตอนเรียนหนังสือที่ Swiss ในหลวงยังเล็กอยู่ ...เข้ามาบอกว่า...อยากได้รถจักรยาน เพื่อน ๆ เขามีจักรยานกัน
แม่บอกว่า "ลูกอยากได้จักรยาน... ลูกก็เก็บสตางค์... ที่แม่ให้ไปกินที่ โรงเรียนไว้ซิ" ...เก็บมาหยอดกระปุก... วันละเหรียญ...สองเหรียญ พอได้มากพอ... ก็เอาไปซื้อจักรยาน...
นี่คือสิ่งที่แม่สอน...แม่สอนอะไร...ทราบไหมครับ...?
ถ้าเป็นพ่อแม่บางคน...พอลูกขอ...รีบกดปุ่ม ATM ให้เลย ประเคนให้เลย... ลูกก็ ฟุ้งเฟ้อ... ฟุ่มเฟือย... เหลิง... และหลงตัวเอง
พอโตขึ้น...ขับรถเบนซ์ชนตำรวจ...ก็ได้... ยิงตำรวจ...ยังได้... เพราะหลงตัวเอง... พ่อตนใหญ่ เห็นไหม...? ตามใจ เทิดทูน จนเสียคน...
แต่ สมเด็จย่านี่...เป็นยอดคุณแม่... สร้างคุณธรรมให้แก่ลูก...ลูกอยากได้ ...ลูกต้องเก็บสตางค์ที่แม่ให้... ไปหย่อนกระปุก... แม่สอน 2 เรื่อง คือ...ให้ประหยัด...ให้ยืนอยู่บนขาของตัวเอง
"ความประหยัด...เป็นสมบัติของเศรษฐี" ใครสอนลูกให้ประหยัดได้... คนนั้นกำลังมอบความเป็นเศรษฐีให้แก่ลูก
พอถึงวันปีใหม่... สมเด็จย่าก็บอกว่า... "ปีใหม่แล้ว...เราไปซื้อจักรยานกัน..." "เอ้า...แคะกระปุก...ดูซิมีเงินเท่าไหร่...?" เสร็จแล้ว...สมเด็จย่าก็แถมให้... ส่วนที่ แถมนะ... มากกว่าเงินที่มีในกระปุกอีก...
มีเมตตา...ให้เงินลูก... ให้...ไม่ได้ให้เปล่า... สอนลูกด้วย...สอนให้ประหยัด สอนว่า...อยากได้อะไร... ต้องเริ่มจากตัวเรา... คำสอนนั้น...ติดตัวในหลวงมาจน ทุกวันนี้...
เขาบอกว่า...ในสวนจิตรเนี่ย... คนที่ประหยัดที่สุด...คือ...ในหลวง... ประหยัดที่สุด... ทั้งน้ำ...ทั้งไฟ... เรื่องฟุ้งเฟ้อ...ฟุ่มเฟือย..ไม่มี ...เป็นอันว่า... ภาพนี้ชัดเจน...
หวังที่ 2. ยามป่วยไข้... หวังเจ้า... เฝ้ารักษา ดูว่าในหลวง ทำกับ แม่ยังไง...? สมเด็จย่า...ประชวรอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช... ในหลวงไปเยี่ยม... ตอนไหนครับ...? ไปเยี่ยมตอน ตี 1 ตี 2 ตี 4 เศษ ๆ...จึงเสด็จกลับ... ไปเฝ้าแม่วันละ หลายชั่วโมง...
แม่...พอเห็นลูกมาเยี่ยม...ก็หายป่วยไปครึ่งหนึ่งแล้ว
ทีม แพทย์ที่รักษาสมเด็จย่า... เห็นในหลวงมาเยี่ยม มาประทับ ก็ต้องฟิต ...ตามไปด้วย ต้องปรึกษาหารือกันตลอดเวลาว่า... จะให้ยายังไง...จะเปลี่ยนยาไหม...? จะปรับปรุงการรักษายังไง...ให้ดีขึ้น... ทำให้สมเด็จย่า... ได้รับการดูแลที่ดีขึ้น... เห็นภาพไหม...?
กลาง คืน...ในหลวงไปอยู่กับสมเด็จย่า...คืนละหลายชั่วโมง...ไปให้ความ อบอุ่นทุกคืน ลองหันมาดูตัวเราเองซิ... ตอนพ่อแม่ป่วย... โผล่หน้าเข้าไปดูหน่อยนึง ถามว่า...ตอนนี้...อาการเป็นยังไง...? พ่อแม่...ยังไม่ทันตอบเลย ฉันมีธุระ งานยุ่ง ต้องไปแล้ว...โผล่หน้าไปให้เห็น พอแค่เป็นมารยาท... แล้วก็กลับ... เราไม่ได้ไปเพราะความกตัญญู... เราไม่ได้ไปเพื่อ ทดแทนพระคุณท่าน...น่าอายไหม...?
ในหลวง...เสด็จ ไปประทับกับแม่... ตอนแม่ป่วย...ไปทุกวัน... ไปให้ความ อบอุ่น...ประทับอยู่วันละหลายชั่วโมง... นี่คือ...สิ่งที่ในหลวงทำ
คราว หนึ่ง...ในหลวงป่วย... สมเด็จย่า...ก็ป่วย … ไปอยู่ศิริราช...ด้วยกัน ...อยู่คนละมุมตึก... ตอนเช้า... ในหลวงเปิดประตู....แอ๊ด.....ออกมา... พยาบาลกำลัง เข็นรถสมเด็จย่า... ออกมารับลมผ่านหน้าห้องพอดี ในหลวง...พอเห็นแม่... รีบออกจากห้อง... มาแย่งพยาบาลเข็นรถ มหาดเล็ก ...กราบทูลว่า ไม่เป็นไร...ไม่ต้องเข็น มีพยาบาลเข็นให้อยู่แล้ว ในหลวงมีรัยสั่งว่า...
"แม่ของเรา...ทำไมต้องให้คนอื่นเข็น...เราเข็นเองได้..."
นี่ ขนาดเป็นพระเจ้าแผ่นดิน... เป็นกษัตริย์... ยังมาเดินเข็นรถให้แม่ ยังมาป้อนข้าว...ป้อนน้ำให้แม่... ป้อนยาให้แม่ ให้ความอบอุ่นแก่แม่... เลี้ยงหัวใจ แม่... ยอดเยี่ยมจริง ๆ ... เห็นภาพนี้แล้ว....ซาบซึ้ง
มาตามดูต่อ....
หวังที่ 3. เมื่อถึงยาม...ต้องตาย...วายชีวา ...หวังลูกช่วย....ปิดตา ...เมื่อสิ้นใจ วันนั้น...ในหลวง...เฝ้าสมเด็จย่า อยู่จนถึงตี 4 ตี 5 เฝ้าแม่อยู่ทั้งคืน... จับมือแม่...กอดแม่...ปรนนิบัติแม่... จนกระทั่ง..."แม่หลับ…" จึงเสด็จกลับ
พอถึงวัง... เขาโทรศัพท์มาบอกว่า... สมเด็จย่าสิ้นพระชนม์... ในหลวง...รีบเสด็จกลับไป...ศิริราช... เห็นสมเด็จย่านอนหลับตาอยู่บนเตียง... ในหลวง ทำยังไงครับ...?
ในหลวงตรงเข้าไป... คุกเข่า...กราบลงที่หน้าอกแม่... พระพักตร์ในหลวง...ตรงกับหัวใจแม่... "ขอหอมหัวใจแม่...เป็นครั้ง สุดท้าย..." ซบหน้านิ่ง...อยู่นาน... แล้วค่อย ๆ เงยพระพักตร์ขึ้น.... น้ำพระเนตรไหลนอง....
ต่อ ไปนี้... จะไม่มีแม่ให้หอมอีกแล้ว... เอามือ...กุมมือแม่ไว้ มือนิ่ม ๆ .....ที่ ไกวเปลนี้แหละ ที่ปั้นลูก...จนได้เป็นกษัตริย์... เป็นที่รักของคนทั้งบ้านทั้งเมือง...ชีวิตลูก....แม่ปั้น...
มองเห็นหวี... ปักอยู่ที่ผมแม่... ในหลวงจับหวี...ค่อย ๆ หวีผมให้แม่...
หวี...หวี...หวี....หวีให้แม่สวยที่สุด...แต่งตัวให้แม่...ให้แม่สวยที่สุด...ในวันสุดท้าย ของแม่....
เป็นภาพที่ประทับใจอาจารย์เป็นที่สุด... เป็นสุดยอดของลูกกตัญญู.... หาที่เปรียบไม่ได้อีกแล้ว.....
กษัตริย์.....ยอดกตัญญู
ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ
คัดลอกจากหนังสือ หยุดความเลว...ที่...ไล่ล่าคุณ โดย พ.อ.(พิเศษ)ทองคำ ศรีโยธิน


ปาหี่ เบิร์ธเดย์นรก

ปาหี่ เบิร์ธเดย์นรก มหาราษฎร์หน้าเหลี่ยม !!! แฟมิลี่ คาบิเนต หลบไป เจอไพร่ ข้าทาส คาบิเนต..แล้วจะหนาว ..อนาคตเจ้ามูลแม้วส่อชัด...หลับยาววว..ถึง..จ๊าดดหน้า..ปู๊นนน ??!!..

 
by vincentoldbook ,


 

.. ขอบคุณภาพจาก facebook เนชั่น ผู้จัดการ และ อื่นๆในอินเตอร์เน็ต ..

..........................................


ติดตาม เพื่อนร่วมชาติของข้า !!! ใน Facebook ตาม Link นี้ครับ

....................................................

ปาหี่ เบิร์ธ เดย์นรก มหาราษฎร์หน้าเหลี่ยม !!! แฟมิลี่ คาบิเนต หลบไป เจอไพร่ ข้าทาส คาบิเนต..แล้วจะหนาว ..อนาคตเจ้ามูลแม้วส่อชัด...หลับยาววว..ถึง..จ๊าดดหน้า..ปู๊นนน ??!!..















เกิดเป็นนายคน..
อย่าเหลิงตน มัวเมา ในอำนาจวาสนา..
อย่าหลงลมปากพวกขี้ข้าสอพลอยกยอให้เป็นเทวดา ..
จนลืมไปว่า ..หมาทุกตัวที่เราเลี้ยงไว้ในบ้าน ..มันต้องการกินอิ่มเหมือนกัน..
ไม่ มีหมาไหนทั้งนั้น ??..ที่ยอมให้หมาหน้าไหน ?..มาแย่งกินได้มากกว่า หมาตัวใหญ่หมาตัวเล็กกัดเก่งพอๆกันเวลาแย่งชามข้าวกันแหลก.. ฉะนั้นแล้ว..โปรดจงจำไว้.. ไซส์เล็กไซส์ใหญ่ไม่ใช่อุปสรรคสำคัญของหมา..ในการแก่งแย่งอำนาจ แก่งแย่งอาหาร ..
ยุคนี้ สมัยนี้ ..ความไวเป็นของปีศาจ ความฉลาดเป็นของผี ..
ความดีเป็นของโจร ..ความจนเป็นของ..มนุษย์ !!!..
จะ เอาอะไรกันมากมายกับยุคคนดีคุมตรอก พวกขี้ครอกคุมถนน โจรคุมรัฐสภา ..การเมืองจึงแปรเปลี่ยนจากเรื่องของชาติบ้านเมือง เรื่องของอนาคต เรื่องของลูกหลาน กลายมาเป็นเรื่องของพวกอันธพาลสี่ขา  กับ ธรรมชาติของหมาในบัดดล..
หมาดีไม่ดี อยู่ที่นายหมา อย่างที่บอก..
ยามใดหมาเลี้ยงไม่เชื่อง ออกมาเห่าหอนดังๆ..
นาย (ใหญ่) ..จงพึงระวัง..ไว้ให้ดี !!!..
เพราะนี่คือ เสียงประท้วง ไม่ใช่..เสียงร้อง..
แฮปปี้เบิร์ธเดย์ !!..
.......................................
ทักษิณ ชินวัตร ..
จะได้จัดงานครบรอบวันเกิดตัวเอง ..
ในวันนี้ ปีนี้..เป็นปีสุดท้ายหรือเปล่า ? เราก็ต้องมาติดตามกันต่อไปครับ..
ทว่า ขึ้นชื่อว่าคนดวงแตกต่อให้ เสริมดวง สืบชะตา ต่อชีวิตอย่างไร ??..ก็แตก ก็ไปไม่รอด ขึ้นถึงปลายยอดแล้วก็ร่วงลงมา ขึ้นถึงปลายยอดแล้วก็ร่วงลงมา เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆไม่สิ้นสุด คล้ายเป็นเวรเป็นกรรมที่ชะล้างแก้กรรมอย่างไรก็ไม่หมด..ทำห่าเหวอะไรชีวิตก็ ไม่ดีขึ้น !! ..
หากสำนึกจิตใจไม่ใสสะอาด ปากก็อวดฉลาดแต่ขาดเฉลียว สมองก็เหี่ยวๆ ปัญญาก็เหี่ยวๆเหมือนใบหน้า เหมือนหนังหนาๆที่หย่อนยานตามกาลเวลา ต่อให้ทำบุญเสริมชะตา เสริมบุญญาธิการตามความเชื่อ ตามความหลงใหลงมงายมากมายอย่างไร ??..มันก็ช่วยอะไรไม่ได้ !!!..
ชะตากรรมมนุษย์ ..มันเป็นเรื่องของ..วิทยาศาสตร์ ..
ในขณะที่เวรกรรม มันเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่อง..เหตุ และ ผล !!!..
ชีวิตคนชั่วๆคนหนึ่ง จะจนมุมบาปกรรมที่ตนเองทำนั้น..มันต้องใช้..เวลา !!..
ทักษิณ ชินวัตร  นัก โทษชายหนีคุกคนนี้ก็เหมือนกัน ..กับ ภารกิจสุดท้ายของชีวิต ที่จะต้องเข้ามาขโมยเอาทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยไปขายให้กับต่างชาติ ขโมยเอาผืนแผ่นดินไทยไปให้เพื่อนบ้านชาวเขมร ขโมยเอาความเป็นไทย ความเป็นราชอาณาจักรไทย ไปยำรวมมิตรไว้ให้ทุนข้ามชาติเข้ามาจับจองในนามของสาธารณรัฐนั้น ..
มันไม่ใช่ว่า ..มันจะมาจนมุมบาปกรรมของมันได้ง่ายๆ..เพียงเพราะว่า.. เรา คนไทยผู้รักชาติบ้านเมือง ผู้หวงแหนแผ่นดินถิ่นเกิด จะรวมพลังกันใส่ชุดดำเพื่ออวยพรวันเกิดของมันเป็นเสียงก่นด่าสารพัดถ้อยคำ สาปแช่ง และ สารพัดถ้อยคำสาปส่งมันเท่านั้น ..
ทว่า ..การจะจนมุมบาปกรรมของมัน จะเร็ว หรือ ช้า..มันก็ขึ้นอยู่กับว่า ..มัน(ทักษิณ) จะเข้ามาทำบาปกรรมซ้ำๆของมัน..ในเรื่องขายชาติบ้านเมืองแบบเดิมๆของมันเมื่อไหร่ ? ผ่านใคร ? นายหน้าคนใด ? ตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงไหน ??..ต่างหากล่ะ !!! ..
งวด นี้ก็เหมือนกัน ..ที่ ทักษิณ ชินวัตร ทุ่มเทแผนการตลาดชั้นต่ำของตนชนิดเทลงมากองจนหมดตรงหน้าตัก เพียงเพื่อจะผลักดันให้ ทรามวัยปูแดง ยามีละห์หน้าเหี่ยว น้องสาวสุดที่รัก ผู้เชี่ยวชาญงานโคลนนิ่งหุ่นเชิดคนใหม่ ได้เข้ามานั่งบริหารจัดการงานงาบประเทศต่อไปนั้น ..
มัน ไม่ใช่ว่า ทักษิณ ชินวัตร จะทำได้สำเร็จง่ายๆ เพียงแค่การจัดทำแคมเปญลวงโลกตามสโลแกน ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ มาหลอกขายชาวบ้านเพื่อหาเสียงตอนเลือกตั้งเท่านั้น.. 
ทว่า มันยังมีเรื่องของการ ..รวบรวมเอาสรรพกำลังของ กลุ่มก๊วนผลประโยชน์ทางการเมืองต่างๆทั่วฟ้าเมืองไทย ทั้งบนดิน ใต้ดิน ทั้งในประเทศ ทั้งนอกประเทศ มารวมพลังกันผลักดัน น้องปูแดงของพี่แม้วแดง ให้ประสบความสำเร็จในสนามเลือกตั้งอีกด้วย ..
ดัง นั้น ปัญหาสำคัญมันจึงอยู่ที่ว่า ภายหลังชนะศึกเลือกตั้งมาแล้ว นายใหญ่จะแบ่งอาหารให้หมาเลี้ยงได้อิ่มหนำสำราญครบปากท้องทุกตัวได้อย่างไร ??..
จึงจะไม่โดนหมาที่ตนเองเลี้ยงดูมานั้น..
หันมาแว้งกัดได้ในภายภาคหน้า !!..
..........................................

หลังผ่านพ้น..
การเลือกตั้งมายังไม่ทันได้จัดตั้งรัฐบาลเป็นรูปเป็นร่าง..
รัฐบาลโคนนิ่ง ปูนึ่ง ชุดที่ ๑ ก็ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยข้อครหามากมาย..
โดย เฉพาะการวิ่งเต้นกันสุดชีวิตของพวกลูกกระจ๊อก บ่าวรับใช้ ทาส บริวาร ทั้งพวกที่เป็นแกนนำม็อบข้างถนน ทั้งพวกที่เป็นแกนนำระดับภูมิภาคต่างๆภายในพรรค ทั้งพวกนายทุนพรรคที่แอบสนับสนุนลับๆอยู่วงนอก ทั้งพวกนายพลหัวหงอกนอกราชการอีกหลายๆคนที่ขายศักดิ์ศรีของตนไปแลกกับการ เป็นขี้ข้ามหาเศรษฐี..
มัน มีการเดินเกมแย่งชิงชามข้าวชามอาหารกันยกใหญ่ในช่วงหลายสัปดาห์ภายหลังการ เลือกตั้งที่ผ่านมา และ คนที่รับหน้าที่ดูแลการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี ในรัฐบาลปูแดงนั้น ไม่ใช่แม่นางยามีละห์หน้าเหี่ยวแน่ๆแต่เป็น..พี่ชายหน้าเหลี่ยมของเธอต่าง หาก !!!..
ดัง นั้น ..ไพร่ทาสบริวารอย่าง ธิดาซ้าย เมียหมอเหวง จึงออกมาให้สัมภาษณ์ค่อนข้างที่จะตรงไปตรงมา และ วางยา รัฐบาลปูแดงค่อนข้างจะรุนแรงเหมือนกัน ที่บอกว่า รัฐบาลชุดนี้นั้น มีทักษิณดูแล !!..
รัฐบาล ปูแดง มีทักษิณดูแล ..ในขณะที่ปูแดงนั้นออกมาแถรายวัน ..ว่างานนี้ ..พี่เหลี่ยมไม่เกี่ยว ..ธิดาซ้ายบอกว่า ..จะมาดัดจริตบอกทำไม? ว่าทักษิณไม่ได้เกี่ยวข้อง ..เพราะผลคะแนนเลือกตั้งนั้น มันชัดเจนอยู่แล้วว่า..คนเชื่อเครดิต ทักษิณ !!!..
ธิดา ซ้าย เมียหมอเหวง กับบทสัมภาษณ์ ประชาชาติธุรกิจ ล่าสุด เรื่องที่บอกว่า .."จงใจให้รู้ว่า รัฐบาลนี้ พรรคนี้ ทักษิณดูแล...ไว้ใจได้" นั้น มันก็ทำให้เราเข้าใจได้ไม่ยากเลยว่า คนที่เขาเลือก ปูแดง เบอร์ ๑ นอนมานั้น เพราะเขาเชื่อน้ำยาทักษิณต่างหาก ชาวบ้านเขาไม่ได้เชื่อลมปากของพวกโคลนนิ่ง..น้ำล้างเท้า..อย่างน้องปูแดงเลยแม้แต่น้อยนิด !!!..
อ่านรายละเอียดข่าวประกอบเรื่องตามนี้ครับ ..
ธิดา ถาวรเศรษฐ์ "จงใจให้รู้ว่า รัฐบาลนี้ พรรคนี้ ทักษิณดูแล...ไว้ใจได้"
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1311136988&grpid=no&catid=04
นี่ คือ การวางยาหนึ่งของพวกแดงซ้าย สหายคอมฯ ที่ทักษิณจะต้องยอมรับว่า คนพวกนี้ไม่ธรรมด๊า ..ธรรมดา เพราะไม่ใช่พวกสมองปัญญาระดับกระจอกๆ แต่คือพวกที่เรียนรู้ทฤษฎีเกี่ยวกับการทำสงครามมวลชนมาอย่างดีและโชกโชน ..
ไม่ ใช่ไอ้พวกแดงห้อยแดงโหนแดงฮาร์ดคอร์ที่มีแต่กำลังไม่มีสมองที่สุมหัวกองอยู่ เต็มไปหมดภายในขบวนการไพร่แดงของทักษิณ ที่ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกแดงปลอมแดงรอมชอมแดงยอมทำตามเงินทั้งนัน ..
ทว่า พวกแดงแท้ สหายคอมฯพวกนี้นั้น.. มันไม่ใช่ ..
มันมีเป้าหมายของมันชัดเจนว่ามันจะต้องเดินหน้า..ล้มระบบอำมาตย์ !!!..
ใน ขณะเดียวกัน พวกซ้ายใหม่อีโรติกอย่าง กาหลิบ จักรภพ เพ็ญแข ..ก็ออกจากรูมาตอกย้ำบทความ เพื่อเรียกร้องให้ ปูแดง อยู่ในความสงบ..อย่าเลือกที่จะจบชีวิตทางการเมืองของตนลงเพราะการทิ้งมวลชน ไพร่แดงล้มเจ้า ให้เคว้งคว้างกลับบ้านกันมือเปล่า โดยไม่ได้ทำภารกิจล้มเจ้าให้สำเร็จลุล่วง ..
บท ความของซ้ายอีโรติก จักรภพ เพ็ญแข เรื่อง " รัฐบาลเพื่อไทยกับคนเสื้อแดง " นั้น..มันชัดเจนเหลือเกินว่า ..พวกแดงฝ่ายซ้าย สหายคอมฯ ทั้งซ้ายใหม่ ซ้ายเก่า กำลังมีปฏิกิริยาที่ไม่พอใจกับ แนวคิด "เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล"  ของ ทักษิณ ชินวัตร ..
อ่านรายละเอียดข่าวประกอบเรื่องตามนี้ครับ ..
“กาหลิบ-จักรภพ” ปราม “น้องสาวแม้ว” อย่าขวางเสื้อแดงสู้อำมาตย์ ขู่ซ้ำรอย “หมัก-สมชาย”
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9540000091614&Keyword=%a8%d1%a1%c3%c0%be
คน พวกนนี้ไม่ใช่พวกโง่ ..เรื่องที่จะปล่อยให้ทักษิณจับหัวกดน้ำจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วสำลักน้ำตาย นั้น..ฝันไปเถอะ ..ทักษิณ ชินวัตร เอง โดนพวกแดงซ้าย สหายคอมฯ วางยาไว้หลายขนาน จนยากเกินกว่าที่จะสลัดหลุดพ้นจากบาปกรรมที่ตนนั้นทำร่วมกับคนพวกนี้ได้ ..
ไม่ ว่าทักษิณจะพยายามลดแรงปะทะกับฝ่ายทหาร ด้วยการให้น้องปูแดงออกมาเสแสร้งปรามพวกแกนนำไพร่แดงในเรื่องของการปลุกะดม มวลชนไพร่แดงกดดัน กกต. หรือ เรื่องที่มนุษย์จอมสอพลอนายใหญ่เบอร์ ๑ อย่าง นพดล ปัทมะ ที่ส่งมาแก้ตัวแก้ต่างแทนนายใหญ่ ในเรื่องข้อแก้ตัวที่ว่า นายใหญ่หน้าเหลี่ยม ไม่รู้ไม่เห็นเกี่ยวกับการจัดงาน ทักษิณมหาราษฎร์ แต่อย่างใด ?..
พร้อม ทั้งโยนความผิดว่ามันเป็นการใส่ร้ายป้ายสีนายใหญ่ของตนโดยฝีมือพวกนักการ เมืองที่เคยอยู่กับพรรคเพื่อไทยมาก่อน โดยมีเป้าหมายการโบ้ยไปที่พรรคภูมิใจไทย ..
ทว่า จริงๆแล้วไม่ใช่ ..มันมีลักษณะของการ..ยิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัวมากกว่า !!!..
๑.  โยนบาป ..ป้ายงานทักษิณมหาราษฎร์ ..ว่าทำขึ้นมาโดย ..พรรคภูมิใจไทย
๒.  เตะสกัด ..การวางยา..เสี้ยมแม้วชนเจ้า..ที่วางยามาจากพวกซ้ายล้มเจ้าต่างแดน !!!..
งาน ชื่อเดียวกันนี้ ..มีมาจากต่างประเทศตั้งแต่ปีกลายแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะมี ..ดังนั้น พรรคภูมิใจไทย คงไปเกี่ยวข้องอะไรด้วยไม่ได้แน่ๆ เพราะมันเกิดขึ้นมาจากเกมปลุกระดมของพวกไพร่แดงเมืองนอก ที่ไปตั้งก๊กตั้งแก๊งค์ล้มเจ้ากันอยู่ทั่วยุโรปต่างหาก ..
อีก อย่างงานทักษิณมหาราษฎร์นั้น พวกไพร่แดงเมืองไทยมันก็เต็มใจและรีบขานรับจัดงานกันเป็นทิวแถวด้วย มันยากที่แม้วจะสลัดบาปกรรมนี้ของตนหลุดพ้นไปได้ง่ายๆเพียงแค่การโยนความผิด ไปกล่าวร้ายฝ่ายอื่นๆว่ากลั่นแกล้งฝ่ายตน..
ดัง นั้น หมาไหนบ้าง ?? ที่มันเป็นพวกเจ้าสำบัดสำนวนดีๆ ใช้คำเปรียบเทียบเปรียบเปรยกระทบชิ่งเบื้องสูงเก่งๆ ที่มันหนีคุกหนีตะรางไปอำพรางตนเป็นนักต่อสู้ใต้ดินอยู่ต่างประเทศมานานหลาย ปี นับไล่เรียงชื่อกันมาก็มีไม่กี่คน ไม่กี่แก๊งค์ ..
แก๊งค์สัปดนเบอร์ ๑ ก็ จักรภพ เพ็ญแข แก๊งค์สัปดนเบอร์ ๒ ก็น่าจะเป็น ใจล์ อึ๊งภากรณ์ สองคนนี้ตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา มีการทำงานแบบประสานงานกันกับพวกฝ่ายซ้ายในเมืองไทยมาโดยตลอด..
มี บทความวางยาแม้ว ออกมาอย่างต่อเนื่องในเรื่องของการชี้ให้คนไทยเห็นชัดเจนว่า ทักษิณ ชินวัตร และ พรรคการเมืองที่ทักษิณให้การสนับสนุนนั้น ..มีส่วนรู้เห็นในเรื่องของขบวนการล้มเจ้าชัดเจน !!!..
คน พวกนี้พยายามจะตะโกนบอกมวลชนฐานเสียงของทักษิณ ตะโกนบอกพวกขบวนการไพร่แดงทั่วโลก ตะโกนบอกพวกนักเลือกตั้งสอพลอหลอกแหลก ตะโกนบอกนายใหญ่นายหญิง และ นายคนอื่นๆว่า ..
ทักษิณ อย่าทิ้งพวกไพร่แดงเด็ดขาด อย่าทิ้งพวกล้มเจ้าเด็ดขาด ..
มิเช่นนั้น..พี่แม้วแดงและน้องปูแดง..
ได้ดับอนาถแน่ๆ !!..
.........................................
 
ดังนั้น..
มันจึงเป็นเรื่องที่ไม่ชอบมาพากลอยู่มาก ..
เกี่ยวกับทิศทางการทำงาน ทิศทางของการต่อสู้ของคนในระบอบทักษิณ..
พวก แดงแท้ สหายคอมฯ กับ พวกแดงเทียม แดงปลอม ลูกน้องทักษิณ คนพวกนี้มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกันชัดเจน เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาคนพวกนี้ปลุกระดมเป้าหมายการโจมตีไปทีเรื่องขงอ ดิสเครดิต และ ใส่ร้ายป้ายสี..ระบบอำมาตย์ !!!..
ระบบ อำมาตย์ ที่พวกไพร่แดงพูดกันจนติดปาก และ คนไทยผู้รักชาติต่างรู้ดีว่าคนพวกนี้มีเป้าหมายการล้มล้าง..ไปที่ใคร ?? ..เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันในเรื่องใด ??..และ มีใครบ้างที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ??..
อย่างที่เรารู้ๆกัน ทักษิณก็ยืมมือแนวคิดแนวทางของ พวกแดงซ้าย สหายคอมฯ เพื่อมาโจมตีเจ้า ในขณะที่พวกแดงซ้าย สหายคอมฯ มันก็ไม่ใช่พวกโง่เง่าเต่าตุ่น ..มันก็พยายามดึงเอานายทุนสามานย์ ฉลาดแกมโกงอย่างทักษิณ ชินวัตร ..มาเหิมเกริม..ชนฟ้า..ตลอดเวลาเหมือนกัน !!!..
โดย มีเป้าหมายปลายทางของแผนการณ์เพ้อเจ้อเพ้อฝันอยู่ตรงเรื่องที่ว่า หากพวกแดงซ้าย สหายคอมฯ สามารถล้มล้างศักดิดาอำมาตย์ได้แล้ว พวกมันก็ค่อยหันกลับมา..ล้มล้างนายทุนสามานย์อีกที ..
ฟังแล้วได้แต่..โค-ตะ-ระ ขำกลิ้งในแผนการณ์อันเพ้อเจ้อนี้ ตาย แล้วตื่น ตื่นแล้วตาย..ตายห่าแล้วตายห่าอีก..ไม่รู้มันจะมีปัญญาทำได้หรือเปล่า ??..อย่าว่าแต่ชาตินี้เลย ชาติหน้าบ่ายๆ พวกแดงซ้าย สหายคอมฯทั้งหลายพวกนี้..ก็ควาญหาชัยชนะไม่เจอ ได้แต่เพ้อเจ้อไปวันๆแค่นั้นเอง !!!..
ทักษิณ ชินวัตร มหาเศรษฐีหนีคุกที่ใฝ่ฝันอยากเป็นประธานาธิบดี เป็นประมุขแห่งสาธารณรัฐไทยใหม่คนนี้ก็เหมือนกัน ..ไม่ใช่มันจะปัญญาอ่อน มองเกมหลอกแหลกของพวกแดงซ้าย สหายคอมฯไม่ออก คนที่มันขี่หลังเสือได้ ทำไมมันจะไม่รู้วิธีล่อเสือไม่ให้แหลกมันได้ ..
ทำไมมันจะไม่รู้วิธีฆ่าเสือ หรือ ทำให้เสือหลับ ..
เพื่อมันจะได้ลงจากหลังเสืออย่างปลอดภัยได้ ?? ..
เป้า หมายของ ทักษิณ ชินวัตร อย่างที่ย้ำบอกกันมาแล้วหลายครั้งหลายหนว่า มันสนใจแต่เรื่องของการขายประเทศ และ งาบทรัพยากรทางธรรมชาติของประเทศไทยเท่านั้น โดยสร้างเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายต่างๆบังหน้า ทั้งเรื่องสังคมแตกแยก ทั้งเรื่องเกมกีฬาสี ทั้งเรื่องการเดินหน้าท้าทายกฎหมายของชาติบ้านเมือง หรือ แม้แต่เรื่องของการเข้าไปแก้ไขกฎหมายบ้านเมือง เข้าไปออกกฎหมายบ้านเมืองเพื่อผลประโยชน์ของพวกพ้องตน..
ฉะนั้น แล้ว..อย่างที่เคยๆเขียนบทความบอกกันมาว่า เป้าหมายเก้าอี้รัฐมนตรี ที่ทักษิณ ชินวัตร ถือว่าเป็นเป้าหมายสำคัญ ..ที่ต้องเป็นคนที่ทักษิณ ชินวัตร ไว้ใจได้เท่านั้น เป็นคนที่ทักษิณสั่งได้เท่านั้น เป็นคนที่ทำเพื่อทักษิณเท่านั้น จึงจะสามารถไปนั่งเก้าอี้ต่อไปนี้ได้ ..นั่นก็คือ ..
๑ . เก้าอี้ นายกรัฐมนตรี 
๒ . เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 
๓. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม ..
เป้า หมายสำคัญของการทำงาน ก็คือ การส่งมอบเขาพระวิหารให้กับฮุนเซน และ การทำตามข้อตกลงความต้องการในการ ปักปันพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลตามข้อเสนอในแผนผังของเขมร ..
ใน ขณะเดียวกันงานในรัฐสภาที่ลิ่วล้อของทักษิณ จะเร่งรีบเข้าไปผลักดันโดยอ้างเรื่องของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เปลี่ยนสนามการค้าเป็นสนามการรบ ก็คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ โดยถอยเรื่องการออกกฎหมายนิรโทษกรรมเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำทีหลัง เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกันกับทางฝ่ายทหารที่เขาดูแลรักษาบ้านเมือง..
ทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้มองเก้าอี้รัฐมนตรีอื่นใด หรือ มองเห็นความสำคัญของเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงใดสำคัญเท่านั้น ๓ เก้าอี้นี้ ..รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีกระทรวงพานิชย์ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ..ทักษิณ จัดให้เป็นโควต้าของกลุ่มใดก็ได้ไม่มีปัญหา ..
ทว่า ตำแหน่งประมุขฝ่ายบริหารตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมถึงกระทรวงที่มีส่วนสำคัญ สำหรับการขายชาติ ขายอธิปไตย ขายทรัพยากรของชาติในอนาคตอย่าง กระทรวงการต่างประเทศที่ต้องออกไปเซ็นสัญญากับต่างชาติ หรือ กระทรวงทรัพย์ฯ ..
ที่ต้องมาออกกฎหมาย หรือ มารองรับการขายทรัพยากรธรรมชาติของประเทศนั้น ..
ต้องเป็นคนของทักษิณเท่านั้น !!..
.....................................
สุดท้าย..
อยากจะบอกว่าในช่วงที่ผ่านมานั้น..
มันมีเรื่องน่าเคลือบแคลงสงสัยอยู่มากในพฤติกรรมของคนในระบอบทักษิณ..
ต่อแนวคิดและทิศทางความเป็นไปของเรื่องอธิปไตยเขตแดนและสมบัติของชาติบ้านเมือง..
เหตุ ใด ?? นพดล ปัทมะ ..ตัวแสบสำคัญ ที่ไปเดินเรื่องยกเขาพระวิหารให้กับเขมรในสมัยรัฐบาลสมัครนั้น จึงออกมาเดินเรื่อง สร้างข่าว สร้างกระแส ถียิบ..เกี่ยวกับเรื่องที่ว่า ศาลโลกมีโอกาสตัดสินให้เขาพระวิหารเป็นของเขมร ทั้งๆที่รัฐบาลปูแดงยังไม่ได้เริ่มทำงานอะไรเลยด้วยซ้ำไป ..
นี่ คือ การโยนหินถามทาง ..นี่คือ การอำพรางความผิด ..นี่คือ..เกมโยนความผิดไปให้ฝ่ายตรงข้าม ในขณะที่ฝ่ายตนนั้น เข้ามาเดินหน้า..ขายชาติขายอธิปไตยให้เขมรอย่างเป็นทางการ !!!..
นพ ดล ปัทมะ ..พยายามจะพูดถึงกระทรวงการต่างประเทศ พยายามจะสร้างราคาให้กับตัวเลือกของทักษิณ ที่ทักษิณจะเลือกเข้ามารับใช้งานธุรกิจขายชาติในอนาคตมากเกินไปนิด เอาความดีความชอบเข้าตัวมากเกินไปหน่อย ..
โดย เฉพาะการปล่อยข่าวออกไปเพื่อทำลายพรรคประชาธิปัตย์ ในเรื่องที่ว่า..ทำให้ข้อพิพาทเขาพระวิหาร ไปสู่ศาลโลก และ ทำให้ไทยเสียเปรียบเขมรและเป็นเรื่องยากที่รัฐบาลปูแดงจะสามารถแก้ไขได้ใน ระยะเวลา ๑ - ๒ ปี ข้างหน้านี้ ..
อ่านรายละเอียดข่าวประกอบเรื่องตามนี้ครับ ..

'นพดล' ถล่มปชป.ทำไทยเสียเปรียบเวทีศาลโลก
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/policy/20110724/401504/นพดล-ถล่มปชป.ทำไทยเสียเปรียบเวทีศาลโลก.html
นี่คือ ..
การวางยาประเทศไทยในอนาคตด้วย ..
การทำให้คนไทยยอมจำนนต่อการแทรกแซงอย่างไม่เป็นธรรม..
ขององค์กรข้ามชาติ ที่มีชื่อเรียกขานกันว่า..ศาลโลก !!.. 
ที่ เปรียบเสมือนร่างทรงของพวกนายทุนข้ามชาติมหาอำนาจบ้าน้ำมันทั้ง อเมริกา ฝรั่งเศส ที่ไม่ต่างจากพฤติกรรมของพวกองค์กรข้ามชาติอื่นๆไม่ว่าจะเป็น สหประชาชาติ หรือแม้แต่ ยูเนสโก ..
ที่ต่างก็พยายามจะเข้ามามีส่วนสำคัญในการผลักดันให้มี ..
มือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องในข้อพิพาทเขาพระวิหาร !!! ..
ดัง นั้น แนวคิดแนวทางในการปกป้องอธิปไตยของชาติ ปกป้องการเสียดินแดนของรัฐบาลอภิสิทธิ์ จึงมีข้อแตกต่างกันอย่างสิ้่นเชิงกับแนวคิดแนวทางของ นพดล ปัทมะ ในสมัยรัฐบาลสมัคร จึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับความคิดของ นพดล ปัทมะ ก่อนที่จะมีรัฐบาลปูแดงในวันนี้ ..
นพ ดล ปัทมะ ..จงใจที่จะไปขายชาติขายอธิปไตยไทย โดยการไปยอมรับแผนที่เขมรด้วยการเซ็นยินยอมให้เขมรขึ้นทะเบียนตัวปราสาทเขา พระวิหารเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียว ทั้งๆที่คำสั่งศาลโลก ในปี ๒๕๐๕ นั้น ไม่ได้แสดงอาณาเขต หรือ ตัดสินชี้ชัดแต่อย่างใดเลยว่า..ตัวปราสาทเขาพระวิหารเป็นของเขมร ..
จะ ว่าไปแล้วคำสั่งศาลโลก เมื่อปี ๒๕๐๕ กับ คำสั่งศาลโลก ที่ออกมาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานั้น พูดถึงเรื่อง สันติภาพและลดการปะทะกันเป็นเรื่องสำคัญ มันจึงมีเรื่องของการให้ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ข้อพิพาทนั้นๆ ปี ๒๕๐๕ เราทะเลาะกันที่ตัวปราสาท เราก็ถอยทหารออกมาจากตัวปราสาท ในขณะที่คำสั่งชี้ขาดให้ตัวปราสาทเป็นของเขมรไม่มี และ การสงวนสิทธิ์คัดค้านคำสั่งศาลโลกของไทยเราก็ยังมีผลอยู่จนถึงทุกวันนี้ ..
หาก คำสั่งศาลโลกมีผลต่อการชี้เขตแดนจริง ในปี ๒๕๐๕ เขมรมันก็คงไม่มาทำ MOU ๔๓ และ เขมรก็คงจะไม่ยื่นคำร้องต่อศาลโลก เพื่อขอให้ศาลโลกยืนยันในเรื่องของเขตแดน ซึ่งเป็นอำนาจที่อยู่นอกเหนือการตัดสินใจของศาลโลกหรอก ??..
ดัง นั้น กระบวนการต่างๆเหล่านี้ ของฮุนเซน ของเขมร และ ของคนไทยหัวใจเขมร ร่วมถึงพวกนายทุนข้ามชาติฝรั่งหัวแดงหัวแดงหัวใจเขมรทั้งหลาย ที่นอนกองเรียงรายอยู่ใน ศาลโลก ยูเนสโก หรือ สหประชาชาตินั้น ..จึงเต็มไปด้วยข้อหมกเม็ดของเกมการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งมันเกมงาบประเทศของกลุ่มคนมาหาเฮีย มันเป็นเกมงาบสมบัติของประเทศโลกที่สามของพวกนายทุนข้ามชาติ กับ พวกนายทุนขายชาติ..ที่มีมาเนิ่นนานตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ..ไม่ใช่เพิ่งจะเคยมีที่ไหนกัน ??.. 
มัน ไม่มีเรื่องของการขาดอายุความแต่อย่างใด ? ตราบใดที่ยังไม่มีอะไรมาชี้ชัดได้ว่าเราเสียตัวปราสาทไปให้เขมรแล้ว หากนพดล ปัทมะ ยังอุตริมายืนยันแบบนี้ นพดล ปัทมะ ก็ไม่ต่างอะไรกับไส้ศึกเขมรแม่้แต่น้อย..
ใน เมื่อคำสั่งของศาลโลกนั้นไม่ได้ชี้ขาดเรื่องเขตแดนที่ตัวปราสาท หรือ หากแม้ศาลโลกจะมาชี้ขาดอาณาเขตให้เขมรเป็นเจ้าของเขาพระวิหารไป ประเทศไทยของเราก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ยอมรับศาลโลกได้ ไม่ว่าจะในอดีต หรือ ในอนาคต ..
เนื่องเพราะที่ผ่านมาก็ไม่เห็นมีชาติใดในโลกนี้..
ที่ศาลโลกจะไปแบ่งเขตแดนให้พวกเขาได้เลยสักประเทศ ??!!..
มี แต่ความคิดพิเรนทร์ผีเปรตของ นพดล ปัทมะ นี่แหละ..ที่โยนหินถามทางไว้ ให้เรายอมรับความพ่ายแพ้แต่เนิ่นๆ ..ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ไม่ชอบมาพากลมากๆ !!!..
หากจะว่าไป..ในความเป็น จริงแล้วนั้น..ศาลโลกนั้นก็เหมือนกับ เสือกระดาษวาดให้ใครกลัวไม่ได้ เพราะศาลโลกไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินชี้ขาดเขตแดนให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ศาลโลกก็ไม่ต่างจากพวกยูเนสโก หรือ สหประชาชาติ ที่มีเป้าหมายในการทำงานเพื่อรักษาไว้ซึ่งสันติภาพของคู่กรณีที่มีข้อพิพาท กัน ..
ดังนั้น ..การที่ นพดล ปัทมะ ไพร่ข้าทาสบริวารตัวฉกาจของทักษิณ ออกมาแสดงวิสัยทัศน์ไม่สามัคคีทางสายตาและปัญญาความคิดแบบนี้นั้น ..
แสดงให้เห็นชัดว่า..นพดล ปัทมะ ที่เป็นขี้ข้าบ่าวรับใช้ใกล้ชิดคนสนิทของทักษิณ..
มีเป้าหมายที่แอบแฝง  เกมตีกิน และ เกมหมกเม็ด รออยู่เบื้องหน้าชัดเจน !!!..
การ อ้างเรื่องทำสนามรบให้เป็นสนามการค้านั้น มันก็แค่เพียงการกลับไปยืมวาทะกรรมสมัยน้าชาติออกมาแหกตาประชาชนเท่านั้่น เอง เพราะรัฐบาลปูแดงนั้น มันสะท้อนภาพหมกเม็ดอันชัดเจนถึงสายสัมพันธ์อันเข้มข้นและสุดแสนจะสัปดนของ ทักษิณ และ ฮุนเซน อยู่แล้ว..
ไม่ว่า นพดล ปัทมะ จะมาแก้ตัวให้ตัวเอง และ มาแก้ตัวให้นายใหญ่พ่อแม้วของตัวเองอย่างไร ??..ก็ไม่สามารถไปลบล้างบาปกรรมที่ นพดล ปัทมะ ได้ทำลงไปในปี ๒๕๕๑ ได้อย่างแน่นอน..
บาปเวรต่างๆที่อดีตรัฐบาลทักษิณ อดีตรัฐบาลสมัคร และ นพดล ปัทมะได้ทำลงไป ..เกี่ยวกับการขายชาติขายอธิปไตยไทยให้เขมรนั้น..มันไม่สามารถจะมาลบล้างได้ ..
เพียงเพราะว่าประเทศไทย..กำลังจะมีรัฐบาลโคลนนิ่งของทักษิณ !!!..
ที่ชื่อว่า ..รัฐบาลปูแดง ..ตะแบง..แหล !!!..
            
.....................................
วินเซนต์
ริมโขง  บึงกาฬ

“บิ๊กตู่” ฉุนพวกวิจารณ์โกงจัดซื้อ อ้างคนละประเด็น โวยทำเสียขวัญใครรับผิดชอบ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 กรกฎาคม 2554 17:43 น.

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (แฟ้มภาพ)

“ประยุทธ์” รับทหารสูญเสียครั้งใหญ่ ลั่นให้เกียรติยศสูงสุดตามระเบียบ พร้อมหาเงินช่วยช่างภาพช่อง 5 ด้วย ซัดนักวิจารณ์พูดตามความจริง ยัน ฮ.ที่ใช้ทันสมัยที่สุดในอาเซียน แต่จะให้ดีเหมือนมหาอำนาจไม่ได้ อ้างห้ามคนห้ามได้แต่ห้ามอุบัติเหตุห้ามไม่ได้ พร้อมนำเป็นบทเรียน ยันมีคนตรวจสอบจัดซื้อยุทโธปกรณ์ในกองทัพ สับอย่าวิจารณ์มีโกง ชี้คนละประเด็น โยนศูนย์นิรภัยการบินสอบระงับใช้เบลล์ 212 ถามคนพูดรับผิดชอบบ้างไหม
      
       วันนี้ (25 ก.ค.) ที่วัดทุ่งลาดหญ้า กาญจนบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า การสูญเสียครั้งนี้เป็นการสูญเสียครั้งทียิ่งใหญ่ที่สุดในเวลาเดียวกันไม่ ถึง 10 วันมีผู้สูญเสียถึง 17 ชีวิต ที่ผ่านมากองทัพบกปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่องในทุกภารกิจ และมีการบาดเจ็บสูญเสียมาอย่างต่อเนื่อง แต่ถือเป็นการสูญเสียตามเหตุการณ์ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ภาคใต้ แต่ครั้งนี้เกิดจาการไปช่วยนำศพผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ของชุด พิทักษ์ป่า เนื่องจากเราเข้าไปสนับสนุนการดูแลการบุกรุกทำลายป่าของกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งน่าเสียใจ และเป็นการสูญเสียครั้งร้ายแรง เราสูญเสียตั้งแต่ระดับผู้บังคับบัญชาจนถึงชั้นผู้น้อย แต่ไม่ว่าจะเป็นชั้นยศใดก็ตามทุกชีวิตมีความหมายทั้งสิ้น เราจะดูแลทุกส่วน และจะให้ความเป็นธรรม และให้เกียรติยศสูงสุดเท่าที่จะทำตามระเบียบราชการได้ ส่วนสิ่งใดที่กองทัพบกจะเพิ่มให้ได้ก็จะทำ ซึ่งการเสียชีวิตมีพลเรือน 1 คน โดยในเงินชดเชยครอบคลุมแค่ทหาร แต่เราจะพยายามหาเงินพิเศษมาชดเชยตอบแทนให้ โดยปกติได้ประมาณ 4 แสนบาท แต่จะมีการเพิ่มให้อีก 1.5 ล้านบาท ประเด็นสำคัญ คือ เราจะดูแลครอบครัว ภรรยา และบุตรผู้เสียชีวิต โดยตามกติกาจะให้อาศัยอยู่ในบ้านพักไปก่อน ประการที่สองจะบรรจุลูกหรือภรรยาเข้ามาเป็นทหารเพื่อดูแลครอบครัว และจะดูแลลูกเรียนให้จบถึงปริญญา
      
       เมื่อถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาวุธยุทโธปกรณ์มีปัญหา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถ้าคิดว่ามูลค่ายุทโธปกรณ์มีมูลค่ามากหลายร้อยล้าน แต่เทียบค่าไม่ได้แม้แต่ชีวิตเพียงชีวิตเดียว อยากเรียนให้สังคมรับรู้ว่าที่ผ่านมากองทัพบกพยายามดูแลกำลังพลทุกระดับชั้น ให้ดีที่สุด การจะวิพากษ์วิจารณ์หรือการแสดงความคิดเห็นใดๆ ก็ตาม ต้องอยู่ในหลักความเป็นจริง ต้องเข้าใจหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการทำงานของกองทัพ ในฐานะที่กองทัพบกเป็นหน่วยงานใหญ่มีศูนย์ปฏิบัติการของกองทัพบกโดยมี ผบ.ทบ.เป็นผู้ควบคุม อำนวยการในทุกเรื่อง ถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้น ผบ.ทบ.เป็นผู้สั่งการผู้เดียวเท่านั้น ที่ผ่านมากองทัพบกสั่งการให้กองทัพภาคที่ 1 ค้นหาตามหลักการ เพราะกองพลทหารราบที่ 9 อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 1 โดยเราใช้เครื่องมือที่มีอยู่ปัจจุบันที่ถือว่าทันสมัยที่สุด และในประเทศอาเซียนก็ใช้อากาศยานเช่นนี้ ทั้งแบล็กฮอว์ก ฮิวอี้ หรือเบลล์ 212
      
       “อย่าไปกล่าวอ้างว่าการที่มีเครื่องมือดีแล้วจะทำอะไรได้ดีขึ้น ด้วยสถานะของเราในปัจจุบันไม่ได้มีเครื่องมือที่ทันสมัยสูงสุด จะไปเหมือนประเทศมหาอำนาจคงไม่ได้ แต่เรามีหลักการในการทำงาน มีขั้นตอนตั้งแต่ต้นจนถึงทุกวันนี้ ทุกส่วนได้ปฏิบัติหน้าที่ของเขาตามหลักการ แต่สิ่งที่เราห้ามไม่ได้ คือ อุบัติเหตุ เรื่องลมฟ้าอากาศ เราห้ามคนได้ ห้ามไม่ให้เครื่องบินขึ้นได้ แต่ที่ผ่านมาได้มีการตรวจสอบและแจ้งว่าสามารถใช้อากาศยานบินขึ้นได้จึงบิน ขึ้นไป แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุก็เกิดความสูญเสีย จึงเป็นบทเรียนว่าวันข้างหน้าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป จะต้องรอเวลา 5-10 วันก็ต้องลำเลียงให้ได้ ใช้เวลานานเท่าไรก็ต้องยอม ดังนั้นต้องให้คณะกรรมการเข้าไปทดสอบดู ส่วนอากาศยานที่เก่า ทุกประเภทก็ยังใช้อยู่ เรามีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแล ไม่ใช่ ผบ.ทบ.ดูแลทุกเรื่อง ตั้งแต่ชิ้นส่วน อะไหล่เฮลิคอปเตอร์ หรือการจัดซื้อจัดจ้าง มันไม่ใช่ เพราะมีองค์กรในการดำเนินการอยู่ ในทางปฏิบัติมีศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1-4 และการจัดซื้อจัดหามีกรมฝ่ายเสนาธิการกำหนดความต้องการ และฝ่ายยุทธการเป็นผู้จัดซื้อจัดหา และมีสำนักงานตรวจสอบภายในตรวจสอบว่าผิดหรือถูก ถ้าผิดจะถูกร้องเรียนไปที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถือเป็นระบบ จะบอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้เกิดจากการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างถือเป็นคน ละประเด็น อย่าวิจารณ์อย่างนั้น เพราะถ้าวิจารณ์ต้องวิจารณ์ทุกระบบของกองทัพบก แม้แต่ในระบบของประเทศไทยก็ต้องผิดทั้งหมด ยืนยันว่าถ้าเป็นอย่างนั้นก็ผิดทั้งหมด” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
      
       เมื่อถามว่า ขณะนี้งดใช้อากาศยานเบลล์ 212 ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถ้าเครื่องบินรุ่นใด หรือเครื่องยนต์รุ่นใด หรือแม้ว่ากระสุนล็อตใดใช้แล้วไม่ระเบิด ตกไม่ระเบิด หรือค้างอยู่ในลำกล้อง จะต้องสั่งระงับใช้ล็อตนั้นทั้งประเทศ หรือปืนเล็กล็อตนี้ก็ห้ามใช้ หรือพวกปืนใหญ่ทุกชนิดก็ห้ามใช้หากปฏิบัติแล้วผิดพลาด ซึ่งศูนย์นิรภัยการบินจะเป็นผู้ตรวจสอบในรายละเอียด แต่เข้าใจว่าเครื่องยนต์มีปัญหาจึงต้องตรวจสอบว่ามีปัญหาตรงไหน เป็นที่เครื่องยนต์หรือโรเตอร์ ก็ต้องมีการตรวจสอบก่อน ในระหว่างที่ตรวจสอบเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น ฮ.เบลล์ 212 ต้องชะลอการใช้งาน กองทัพบกมีอากาศยานใช้ไม่กี่รุ่น เก่าสุดคือ ฮท.1 ที่มีเครื่องยนต์เดียว ใหม่ที่สุดคือ เบลล์ 212 ล่าสุดที่ได้มาคือเอ็มไอ 17
      
       “อยากเรียนว่า การวิจารณ์สามารถทำได้ แต่ต้องเอาหลักข้อเท็จจริงมาพูด ให้ความเป็นธรรมกับคนเขา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 1.เป็นอุบัติเหตุ 2.สุดวิสัย และ 3.เครื่องยนต์ขัดข้อง ซึ่งสามเรื่องเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันทำให้กระทบต่อความรู้สึก แต่ผมเรียนว่าทหารท้อแท้ไม่ได้ เราเผชิญสถานการณ์อย่างนี้หลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้ส่งผลกระทบมาก ทุกครั้งที่ ฮ.ตก กองทัพบกเสียใจทุกครั้ง กองทัพบกไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะเราไม่ได้ผลิตเครื่องบินเอง เราซื้อเข้ามา แต่การบำรุงเป็นไปตามกติกาของบริษัทผู้ผลิต คือ สหรัฐอเมริกาที่ผลิตมา เราซ่อมตามเขา ตามคู่มือทุกอย่าง แม้จะมีอายุการใช้งานมา 20 ปี เรามีระบบการซ่อมบำรุงประจำวันทั้งก่อนใช้และหลังใช้ ตั้งแต่ 50 ชั่วโมง 100 ชั่วโมง เรามีการเปลี่ยนตลอดเวลา” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
      
       พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อย่าบอกว่าเหมือนรถยนต์ และจะซ่อมอย่างไรก็ได้ ตนเป็น ผบ.ทบ.เป็นผู้อนุมัติก็จริง แต่บอกไว้แล้วว่าทุกคนต้องมีจิตสำนึก เราต้องสร้างองค์กรกองทัพบกให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้ ดังนั้นต้องเอาข้อเท็จจริงมาพูดกัน อย่ามาเท้าความวันนั้นวันนี้ หรือเรื่องนั้นเรื่องนี้ คนละเรื่องกัน ตนไม่สามารถเอาชีวิตของกำลังพลมาเสี่ยงได้ ไม่สามารถเอาครอบครัวมาร้องไห้ต่อหน้าพวกเรา ใครยอมรับได้บ้าง ถ้าใครทนได้มาเป็นแทนตน ตนเรียนว่าสิ่งที่ ทบ.ทำ ตนทำ แม่ทัพภาคที่ 1 ทำ ทุกคนทำอย่างเต็มที่ไม่อยากให้เกิดอะไรทั้งสิ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเราพร้อมรับคำวิพากษ์วิจาณ์ พร้อมนำไปแก้ไข นำไปเป็นบทเรียน แต่ท่านมาบอกว่าการตกครั้งนี้แสดงว่ามีเหตุการณ์ทุจริตเกิดขึ้น ถามว่าเขาซื้อมา 20 ปี และซ่อมมานานเป็นสิบปีแล้ว ถ้าพูดไม่รับผิดชอบแบบนี้ไม่ได้
      
       “นักวิชาการหลายคนรู้ทุกเรื่อง รู้เรื่องรบ เรื่องชายแดน เรื่องทหารก็รู้ นี่ ฮ.ตกยังรู้อีก ซึ่งคนเดิมออกมาพูด แล้วผมถามกลับไปว่ารับผิดชอบอะไรหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ ใครจะรับผิดชอบ กองทัพบกเสียหาย ประชาชนและสังคมเข้าใจผิด กำลังพลกองทัพบกเสียขวัญ ใครจะรับผิดชอบ ผมถามว่าไอ้คนที่ออกมาพูดรับผิดชอบหรือไม่ หนังสือพิมพ์บางฉบับ ทีวีบางช่อง นักวิชาการบางคน ผมไม่อยากพูด แต่ทำให้ผมกดดัน แล้วเราและประเทศชาติจะอยู่อย่างไรถ้าท่านไม่มีเหตุผลเลย อยากพูดอะไรก็พูด ทำอะไรก็ทำ เว็บไซต์เฟซบุ๊กวาสนา นาน่วม เขียนเสียหายมาก ผมเรียนตรงนี้เลย หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และหนังสือพิมพ์บางฉบับอีกหลายเรื่อง ทีวีเอเอสทีวี ทีวีแดง บ้านเมืองเสียหาย ผมจำเป็นต้องออกมาพูด ถ้าประเทศไทย หรือคนไทยไม่เรียนรู้ว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างไรก็อย่าอยู่กันเลย เสียเวลาเปล่า ดังนั้นต้องมีกติกา กฎหมายช่วยกันแก้ไขปัญหาบ้านเมืองให้ไปในวันข้างหน้าให้ได้ กองทัพบกต้องอยู่ ผมจะอยู่หรือไม่ ผมไม่สนใจ แต่กองทัพบกต้องอยู่ด้วยชื่อเสียง เกียรติยศกองทัพบกกำหนดแล้วว่า จะต้องเดินหน้าไปอย่างไร กองทัพบกมีพันธะกิจ 4 ประการที่ต้องดำเนินการ อยากให้การเสียชีวิตเป็นบทเรียนที่คุ้มค่า แล้วเราพร้อมเรียนรู้ สังคมว่าอย่างไร แต่ขอวิพากษ์วิจารณ์ให้ถูกต้องมีหลักเกณฑ์ ทำอย่างไรที่ทำให้ผู้เสียชีวิตไม่เสียเปล่า คือการรักษาแผ่นดินไทยไว้ให้ลูกหลาน สิ่งที่กองทัพบกคิดเสมอคือ การรักษาทรัพยากรให้ลูกหลาน หากในอนาคต ถ้าไม่ทำวันนี้ วันหน้าอยู่ไม่ได้” ผบ.ทบ.กล่าว

4 ด่านมรณะ ถ้ารัฐนาวาของน้องเล็กที่ชื่อว่าปู 1 ไปไม่ถึงฝัน เมื่อนั้นหมดอายุขัย พี่ใหญ่ หมากจนแต้มหมดกระดานทันที

เร่เข้ามา เร่เข้ามา ข้าน้อยวนิพกพเนจรนิรนาม ยากไร้ จะขอเคาะกะลาเล่านิทานที่แต่งเอง ให้ชาวบ้านชาวช่อง ผู้ใหญ่ ผู้น้อย หนุ่มๆสาวๆ เด็กน้อยๆ ฟังสักครา ไม่ชอบไม่เป็นไร แต่ถ้าชอบ กรุณาโยนเงิน 1 หรือ 2 อีแปะ เป็นค่าเล่าให้ข้าด้วยเถิด วนิพกเสื้อขาดมอมแมมเช่นข้า จะไม่ลืมพระคุณของทุกท่านที่เมตตาต่อข้าเลย

กาลครั้งหนึ่ง เมื่อคราวที่ชาวประชาต่างเชื่อว่าจะมีหนึ่งนารีขึ่ม้าขาว มากอบกู้สยามประเทศ พรรคบู๊ลิ๊มของพี่ใหญ่หน้าเหลี่ยม เศรษฐีเร่ร่อนคนหนึ่ง ได้รับชัยชนะเลือกตั้งเจ้ายุทธภพ ดั่งฟ้าถล่มทลาย ตัวเขาย่อมจะต้องเป็นเจ้ายุทธภพหลังม่าน  แน่นอนน้องสาวเขาก็จะต้องเตรียมพร้อมเตรียมตัวเตรียมใจเป็นเจ้ายุทธภพหน้าม่าน ใช้ชื่อว่ารัฐนาวาปู 1 โดยแม่ยาหยียิ่งลักษณ์ สุดสวาทขาดใจ น้องนุชสุดท้องของพี่ใหญ่ตระกูลชิน เฮ้อ อิจฉาตระกูลนี้มีนายกตั้ง 3 คน พี่ใหญ่ น้องเขย น้องเล็ก สวดยอดไปเลยลวกพี่

แต่ก่อนเข้ารับคำแหน่งเจ้ายุทธภพ น้องปูดองแดงแจ๋ จงพึ่งสังวรณ์ไว้สักนิด การที่จะตะกายไปหาดาว ยังอีกยาวนัก เจ้าจักเดินทำปานว่าดั่งปูนาเขาเก แล้วเมื่อไหร่จะไปถึง ยังมี 4 ด่านมรณะ ที่จะรอเจ้าฝ่านด่านทดสอบวุฒิภาวะของแม่นางยิ่งลักษณ์ โฉมงาม ฝ่าเข้าไป ถ้าฝ่าด่านได้ รัฐนาวาของนางย่อมอยู่ยาวแน่แท้ แต่ถ้าไม่ฝ่า ก็ไม่มีอะัไรเกิดขึ้น แต่ถ้าฝ่า แล้วไม่ได้ รัฐนาวาก็คงสิ้นอายุขัยไปก่อนเวลา

ด่านที่ 1 ตั้งคนอัปลักษณ์มากินตำแหน่งเสนาบดี หรือ ตำแหน่งอื่นๆ ในรัฐนาวา

อัปลักษณ์ทั้งหน้าตา พฤติกรรม คนพรรค์นี้ ตั้งมาก็มีแต่เสียงยี้ๆๆๆๆๆๆ แม้จะฝืนตั้งไป โดยไม่ฟังเสียงสาปแช่ง แม่ปูคนงาม ก็ย่อมไม่พ้นเสียงว่ายี้เช่นกัน นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความที่ไม่สบอารมณ์ของคนทั่วไป แต่ตั้งไปก็คงไร้เสียงค้าน แต่ว่าสมควรแล้วหรือ

ด่านที่ 2  ขีดเส้นเขตแดนกับประเทศขะแมร์

แม้ว่าจะใช้การเจรจา แต่ว่าก็ย่อมมีคนจ้องดูว่าจะพาสยามประเทศเสียเปรียบหรือไม่ เพราะสัมพันธภาพของพี่ใหญ่แม่นาง กับทั่นมหาอัครเสนาบดีเตโชฮุนเซ็น นั้นช่างล้ำลึกเกินว่าจะหยั่งถึง ตรงนี้ช่างเป็นเรื่องละเอียดมากนัก ยิ่งถ้าเอาเรื่องผลประโยชน์ในทะเลอ่าวไทยมาพูด บอกได้คำเดียวว่าเป็นเรื่อง หากไม่เชื่อ ก็ลองทำดูก็แล้วกัน

ด่านที่ 3  ทำตามวาจาไม่ได้

ก่อนนั้น เธอสัญญาว่าอย่างไร ก็ต้องมาดูว่าเธอทำตามสัญญาได้หรือไม่ หากต่อไปในภายภาคหน้าพิสูจน์ได้ว่าวาจาเธอนั้นอาจเป็นแค่น้ำลาย แล้วเธอจะรับผิดชอบอย่างไร

ด่านที่ 4  พาพี่ใหญ่หน้าเหลี่ยมของเธอกลับบ้าน

ด่านนี้หินที่สุด และมีความเป็นไปไม่ได้มากที่สุด หากเธอคิดจะทำ ก็จะต้องมีการแก้กฎของบ้าน ของเมือง เมื่อนั้นถ้าทำแล้วคนไม่พอใจ เมื่อนั้น เธออาจไปเร็วกว่าที่คิดก็ได้ เพราะการที่จะทำให้กฎของบ้านเมืองเป็นไปตามความต้องการ และสมประโยชน์ของตน และ พรรคพวก และพี่ใหญ่ของเธอ จึงมิใช่การกระทำถูกต้อง อันที่วิญญูชนพึงจะกระทำ

ถ้าเธอตั้งใจฝ่า แต่ฝ่าไปไม่ได้ เมื่อนั้นรัฐนาวาที่เธอเป็นหัวหน้าคณะอยู่  ก็อยู่ไม่ได้ เพราะอยูไปก็ไร้ซึ่งศรัทธา พี่ใหญ่หน้าเหลี่ยมจะหาใครจากไหนมาเล่นหมากเกมส์ต่อไป เพราะสิ่งที่คนแดนไกลหวัง ก็คือการได้หวลกลับคืนสู่เคหาเสียที ถ้าทำไม่ได้ แม่นางยิ่งลักษณ์ไม่อยู่แล้ว ใครจะเป็นตัวเล่นแทน ก็ยื่นเผือกร้อนฉ่า ให้เช่นนี้ ใครจะกล้าเอามือไปรับ

แม้แม่นางปูจ๋า จะไม่ฉลาดเป็นกรดเท่ากับแม่นางอึ้งย้ง แต่เมื่อพี่ใหญ่หน้าเหลี่ยมหนุนหลังอยู่เช่นนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมิใช่เรื่องยาก แม้ว่าข้อสงสัยว่า เธอนั้นจะมีวรยุทธสูงในระดับหนึ่งเท่ากับแม่นางเซียวเหล่งนึ่งหรือไม่ ก็ไม่สำคัญ แต่ถ้าเธอคิด จะทำทุกอย่างเพื่อตระกกูลของเธอแล้ว มิใช่เพื่อคนในใต้หล้า เมื่อนั้น  เธอก็คงโลดแล่นในยุทธภพการเมือง ในระยะเวลาที่ไม่ยาวนาน ดั่งใจคิด

เมื่อพี่ใหญ่ของเธอนั้นกลับบ้านไม่ได้ ภารกิจนั้นก็ไม่สำเร็จ หมากที่วางนั้น ไม่เป็นไปตามที่ได้ตั้งใจไว้

เมื่อนั้น ถือว่าหมากได้เดินมาถึงตาสุดท้ายแล้ว พี่ใหญ่หน้าเหลี่ยมคงไม่มีอะไรมาสำแดงอีกแล้วกระมัง นอกจากความบ้าคลั่งถึงขีดสุด ที่จะทำให้อะไรเกิดขึ้นก็ได้อย่างหน้ามืดตามัว เช่นนี้ก็เหมือนคนหลับตาสู้ ไม่มีแบบแผนอะไร สู้ให้ตายคากระดาน ก็ไม่มีวันชนะ และเขาก็จะได้สมญานามว่าผู้แพ้ไปตลอดกาล....ซึ่งก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น

ความตายหนักแน่นเหมือนขุนเขา แต่เบาดั่งขนนก


ทนายเบิ้ม ณ สัมมากร

แฉ! กองทัพถลุงงบซ่อม ฮ.เบลล์ 212 เฉียด 900 ล้านผ่าน บ.ค้าอาวุธรายใหญ่




เปิดข้อมูลลึกกองทัพบก 10 ปี หมดเงินซ่อมเฮลิคอปเตอร์ เบลล์ 212 แล้ว 900 ล้าน ผ่าน 3 บริษัทค้าอาวุธใหญ่โยงคอนเนกชันลึกบิ๊กพลเอก
กรณีเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกตก 3 ครั้งในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน จากครั้งแรก เฮลิคอปเตอร์แบบฮิวอี้ ครั้งที่สองเฮลิคอปเตอร์แบบแบล็คฮอว์กที่แก่งกระจาน ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ ผ่านมา เป็นเฮลิคอปเตอร์แบบ เบลล์ 212 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ทั้ง 3 เหตุการณ์ทำให้กองทัพสูญเสียกำลังพลไปถึง 17 นาย
แม้ทางกองทัพได้ออกมาชี้แจงว่าเป็นอุบัติเหตุ กระนั้นได้ถูกตั้งคำถามถึงการจัดซื้อจัดจ้างด้วยเหมือนกัน
ศูนย์ข้อมูล&ข่าวสืบสวนฯ (TCIJ) ตรวจสอบพบว่า นับตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมาจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2554 กองทัพบก (กรมการขนส่งทหารบก) ใช้งบประมาณในการจัดซื้อจัดหาอะไหล่ ซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์ เบลล์ 212 (พล.ต.พิทยา กระจ่างวงศ์ ผบ.ศูนย์ฝึกการบิน ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันมีจำนวน 20 ลำ- นสพ.ไทยโพสต์ 25 ก.ค.2554) ไปแล้ว 901.8.ล้านบาท ผ่าน 3 บริษัท ได้แก่
1.บริษัท เบลล์ เฮลิคอปเตอร์ เอเซีย (พีทีอี) จำกัดจากสิงคโปร์จำนวน 24 ครั้ง วงเงิน 715.4 ล้านบาท (ไม่รวมจัดซื้อจัดจ้างแบบ 206 จำนวน 4 ครั้ง 16.7 ล้านบาท)
2.บริษัท โรยัลสกาย จำกัด 1 ครั้ง วงเงิน 26.2 ล้านบาท
3.บริษัท ริชมอนด์ จำกัด 2 ครั้ง วงเงิน 160.2 ล้านบาท
ทั้ง 3 บริษัทเป็นผู้ค้าอาวุธรายใหญ่และเป็นคู่ค้ากับกองทัพมานาน โดย 1 ใน 3 รายมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับอดีตนายทหารระดับสูงของกองทัพยศพลเอกคนหนึ่ง
ในส่วนของ บริษัท เบลล์ เฮลิคอปเตอร์ เอเซีย (พีทีอี) จำกัด การจัดซื้อจัดจ้างชิ้นส่วน เฮลิคอปเตอร์ครั้งใหญ่ จำนวน 791 รายการ เกิดขึ้นวันที่ 30 กันยายน 2552 วงเงิน 369.9 บาท รองลงมา 6 รายการ 37.5 ล้านบาท วันที่ 11 ก.ย. 2552 และ 36.7 ล้านบาท จำนวน 7 รายการ วันที่ 30 กันยายน 2553
การจัดซื้อจัดจ้างผ่าน บริษัท โรยัลสกาย จำกัด1 ครั้ง 1รายการ 26.2 ล้านบาท เกิดขึ้นวันที่ 30 มีนาคม 2552
และการจัดซื้อจัดจ้างผ่าน บริษัท ริชมอนด์ จำกัด 2ครั้ง ครั้งแรก จำนวน 9 รายการ วงเงิน 37.9 ล้านบาท วันที่ 18 ธันวาคม 2551 ครั้งที่สอง จำนวน 7 รายการ 122.36 ล้านบาท วันที่ 16 พฤศจิกายน 2552
เบ็ดเสร็จมีการใช้เงินผ่าน 3 บริษัท 918.5 ล้านบาท

จากโพสต์ทูเดย์ออนไลน์


 ส่วนเสริมจาก วาสนา  นาน่วม

สภาพอากาศไม่ดี พล.อ.ประวิตร พล.อ.ประยุทธ์ บิ๊กๆทบ. นั่งรถไปงานศพทหารฮ.ตก ที่กาญจนบุรี แทนการนั่งฮ....บรึ๋ยส์


ยังไม่กล้านั่งกันเลย  !!

เยอรมันไฟเขียวแม้วเข้าบ้านได้3วันให้หลังยึดโบอิ้ง






หนังสือพิมพ์ The Frankfurter Allgemeiner Zeitung (FAZ) รายงานว่า อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ลี้ภัยการเมือง ทักษิณ ชินวัตร ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศเยอรมนีได้อีกครั้งแล้ว ทั้งนี้จากรายงานข่าวตอนหนึ่งเปิดเผยดังนี้

"ทักษิณ ชินวัตร สามารถเดินทางเข้าประเทศเยอรมนีได้อีกครั้งแล้ว นับตั้งแต่เยอรมนีได้สั่งห้ามไม่ให้เขาเข้าประเทศมานับตั้งแต่ปี 2549 โดยให้มีผลเพิกถอนคำสั่งห้ามเดิมและมีผลทางปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้ ทั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งของรัฐมนตรีต่างประเทศ Guido Westerwellse คำสั่งใหม่นี้ได้แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทย ตำรวจ หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นต้น"

รายงานข้างต้นมาจากเวบไซต์ASIAN CORRESPONDENT เขียนโดย Saksith Saiyasombutโดยบางตอนได้ให้ข้อสังเกตว่า เยอรมันอนุญาตให้ทักษิณเข้าประเทศได้อีกครั้งในช่วงความสัมพันธ์ทวิภาคีของ ไทยกับเยอรมันเลวร้ายลง เมื่อเยอรมันได้อายัดเครื่องบินพระที่นั่งมกุฎราชกุมารของไทยเอาไว้เป็น ประกันการชำระหนี้ให้แก่บริษัทเยอรมันรายหนึ่ง เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ทางด้านกลุ่มผู้สนับสนุนของทักษิณได้เขียนตามเวบบอร์ดต่างๆว่า น่าประหลาดใจที่เยอรมันอนุญาตให้ทักษิณเข้าประเทศได้ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม เพียง 3 วันให้หลังเหตุการณ์อายัดเครื่องบินเมื่อ 12กรกฎาคม อย่างไรก็ดีได้ตั้งข้อสังเกตว่า ทักษิณไม่ควรหาเรื่องยุ่งยากให้ตนเองด้วยการเข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องดังกล่าว ควรทอดธุระให้นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศผู้ตามไล่ล่าตัวเขามาตลอดการดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการกับ ปัญหายุ่งยากดังกล่าวจะเหมาะสมที่สุด

ระบอบปกครองของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีกษิตเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ได้แสดงตัวอย่างกระตือรือร้นในการไล่ล่าทักษิณ โดยเหตุการณ์ที่ทักษิณถูกสั่งห้ามเข้าเยอรมนีในยุคของรัฐบาลอภิสิทธิ์มัอ ำนาจนั้น นายชวนนท อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และโฆษกฝ่ายการเมืองของกระทรวงการต่างประเทศ เเคยเปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากสถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย ว่า ทางเยอรมนีได้ใส่ชื่อ ทักษิณ ไว้ในบัญชี national exemption คือ เป็นบุคคลที่ห้ามเดินทางเข้าประเทศ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2551 หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โฟนอินจากประเทศอื่นเข้ามาในประเทศไทยบ่อยครั้ง อีกทั้งยังได้ประกาศว่า หากทักษิณ กลับมาเยอรมนีอีกก็จะถูกควบคุมตัว

อนึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณได้เดินทางเข้าไปในเยอรมนีโดยใช้พาสปอร์ตของนิการากัว และประทับตราวีซ่า ของฝรั่งเศสซึ่งสามารถเดินทางต่อไปยังเยอรมนีได้ อย่างไรก็ตามเมื่อทางการเยอรมนีทราบเรื่องจึงได้ถอนวีซ่าสำหรับการพำนักใน เยอรมนีตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2552 และเพิ่งเพิกถอนคำสั่งนี้ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2554

ป.ป.ช.ฟ้อง “อภิรักษ์” กับพวกทุจริตซื้อรถดับเพลิงกว่า 6 พันล้าน!

ป.ป.ช. ส่งทนายฟ้องศาลฎีกานักการเมืองเอาผิด "อภิรักษ์-โภคิน-บริษัท สไตรเออร์ ฯ" กับพวกรวม 6 คน ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ฮั้วประมูลจัดซื้อรถ-เรือ ดับเพลิง กทม. กว่า 6 พันล้านบาท ศาลนัดฟังคำสั่งรับฟ้องหรือไม่ 24 ส.ค. นี้ เวลา 10.00 น.
      
      

      
       วันนี้ (25 ก.ค.) เวลา 10.30 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง นายสิทธิโชค ศรีเจริญ ทนายความ ซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายโภคิน พลกุล อดีต รมว.มหาดไทย , นายประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทย , นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ , พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร , บริษัท STEYR - DAIMLER - PUCH Spezialfahrzeug AG&CO KG และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นจำเลยที่ 1- 6 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ( ฮั้วประมูล) พ.ศ. 2542 จากกรณีการจัดซื้อรถ และเรือดับเพลิง พร้อมอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย ตามโครงการพัฒนาระบบบริหารและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสำนักป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร มูลค่า 6,687,489,000 บาท
      
       โดยศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำที่ อม.5/2554 และนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องคดีหรือไม่ในวันที่ 24 ส.ค.นี้ เวลา 10.00 น.
      
       ภายหลังนายสิทธิโชค ศรีเจริญ ทนายความ กล่าวว่า หลังจากนี้ศาลฎีกาจะเรียกประชุมใหญ่เพื่อเลือกผู้พิพากษา 9 คน เป็นองค์คณะรับผิดชอบสำนวนคดีและมีคำสั่งต่อไป สำหรับการยื่นฟ้องมีพยานหลักฐานและเอกสารจำนวนมากประมาณ 5,000 ชุด ที่ ป.ป.ช. รวบรวมจากการสอบสวนเพื่อเสนอต่อศาล ซึ่ง ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดจำเลยทั้งหก และที่ ป.ป.ช. ต้องใช้สิทธิ์ยื่นฟ้องคดีเองเนื่องจากเมื่อเสนอสำนวนให้สำนักงานอัยการสูง สุดพิจารณาแล้ว แต่อัยการมีความเห็นต่างว่าสมควรฟ้องและไม่ฟ้องบางคนเท่านั้น ขณะที่ทางเนื้อหาคดีถือว่าทั้ง ป.ป.ช. และอัยการไม่ได้มีความเห็นต่างกัน ดังนั้น เมื่อ ป.ป.ช.มีพยานหลักฐาน และยืนยันลักษณะความผิดของจำเลยทั้งหกคนจึงตัดสินยื่นฟ้องในวันนี้ ส่วนผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไรก็เป็นดุลยพินิจของศาล
      
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ ที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดจำเลยทั้งหก โดยเห็นว่าการกระทำของนายอภิรักษ์ ภายหลังที่เข้ารับตำแหน่งผู้ว่า กทม. เมื่อปี พ.ศ.2547 ได้ทราบข้อมูลการทุจริตเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมาตลอด เพราะมีการร้องเรียนมายังที่ ป.ป.ช. และหน่วยงานอื่นๆ รวมทั้งมีการพูดกันในหมู่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และพบว่า A.O.U. ไม่ได้ส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบ ซึ่งเป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง และพบว่าการถอนเรื่องคืนมาจากสำนักงานอัยการสูงสุดมีเหตุผลที่ไม่น่ารับฟัง แต่กลับไม่ดำเนินการตรวจสอบโดยเร็วเพื่อทราบข้อเท็จจริงแล้ว ดำเนินการยกเลิกตามสัญญา แต่นายอภิรักษ์เพียงแต่ตั้งกรรมการพิจารณาละเอียดการจัดซื้อรถยนต์ดับเพลิง และอุปกรณ์ ทำหน้าที่พิจารณาตรวจสอบรายละเอียดการจัดซื้อเท่านั้น
      
       อีกทั้งการที่ได้ดำเนินการขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาทบทวนการจัด ซื้อ โครงการนี้ตลอดมานายอภิรักษ์ ย่อมทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการซื้อรถและเรือดับเพลิงแล้วว่ามีความบกพร่อง และไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่กลับอ้างว่าอำนาจในการบริหารเงินทั้งหมดไม่ได้อยู่ที่ผู้ว่า กทม. แต่เป็นอำนาจของนายโภคิน และอ้างว่าได้รับคำชี้แจงยืนยันจากกระทรวงมหาดไทยว่าการจัดซื้อครั้งนี้เป็น ไปถูกต้องตามหลักเกณฑ์ทุกประการ และแม้จะอ้างว่าได้รับการเร่งรัดให้ กทม. เปิดบริษัทแอลซี แก่บริษัท STEYRฯ อยู่เสมอก็ตาม ก็ไม่อาจฟังได้
      
       ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงทราบได้ว่าอำนาจในการบริหารเงินทั้งหมดอยู่ที่ผู้ว่า กทม. ไม่ได้เป็นอำนาจของกระทรวงมหาดไทยตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด เพราะว่างบอุดหนุนที่กระทรวงมหาดไทยจัดให้ กทม. เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการใช้จ่ายเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดให้ กทม.เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการใช้จ่ายเงินอุดหนุน พ.ศ. 2533 ข้อ 6 ซึ่งถ้าหากได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงก็จะทราบว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ การจัดซื้อตามโครงการนี้ว่ามีความไม่ชอบอย่างไร แต่ปรากฏว่าวันที่ 10 ม.ค. 2548 นายอภิรักษ์ กลับดำเนินการเปิดแอลซี และแก้ไขแอลซีให้กับบริษัท STEYR เป็นเหตุให้ข้อตกลงซื้อขายที่นายสมัคร ลงนามกับ บริษัท STEYR เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2547 มีผลผูกพันและบังคับใช้กับคู่สัญญาต่อไป ทั้งที่นายอภิรักษ์ทราบอยู่แล้วว่าการจัดซื้อตามโครงการนี้ได้มีการจัดซื้อ ตามเอ็มโอยูที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
      
       นอกจากนี้ เมื่อได้รับแจ้งจากธนาคารกรุงไทย เพื่อให้แก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขของแอลซี นายอภิรักษ์ก็ดำเนินการแก้ไขโดยไม่ชักช้า และไม่ได้แก้ไขเพียงเงื่อนไขเพื่อส่งมอบในประเทศไทยเท่านั้นแต่ได้มีการ แก้ไขเพิ่มเติมในเนื้อหาอื่นอีกหลายรายการ อันเป็นการทำให้ บริษัท STEYR ได้รับประโยชน์จากการเปิดแอลซีที่เกิดจากการทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่เป็นไปตามหลักสุจริตตามอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา ค.ศ. 1969 และการแก้ไขดังกล่าวทำให้นายโภคิน กับพวกที่ได้กระทำไปแล้วในตอนแรก ยังไม่ได้ปรากฏเป็นมูลค่าความเสียหายที่เป็นตัวเงิน แต่โดยผลของการเปิดแอลซีดังกล่าวทำให้ กทม. ต้องจ่ายงบประมาณไปแล้วจำนวน 2,354 ล้านบาท โดยไม่ได้สินค้าตามวัตถุประสงค์ของการจัดหาพัสดุแต่อย่างใด การกระทำของอภิรักษ์ จึงมีมูลตามความผิดมาตรา 157
      
       ส่วนความผิดของนายโภคิน นายประชา นายวัฒนา พล.ต.ต.อธิลักษณ์ และบริษัท STEYR มีพฤติการณ์มิชอบเกี่ยวกับการจัดซื้อโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่และอุบายหลอกลวง ตั้งแต่ขั้นตอนการเริ่มโครงการจนไปถึงการอนุมัติโครงการ โดยเฉพาะการทำข้อตกลงทำความเข้าใจ A.O.U. ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลออสเตรียที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายคือ 1.ร่าง A.O.U. ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องด้านกฎหมายจากหน่วยงานที่รับผิดชอบประกอบ ด้วยกระทรวงมหาดไทย สำนักงานอัยการสูงสุด และกระทรวงการต่างประเทศ 2.ขัดต่อมติ ครม.เมื่อวันที่ 1 ก.ย.35 เรื่องหลักเกณฑ์การส่งร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาเนื่อง จากไม่ได้ส่งร่าง A.O.U. ให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณา
      
       3.ขัดต่อมติ ครม.เมื่อวันที่ 21 ก.ค.35 , 1 ต.ค.45 , 7 ม.ค.46 และวันที่ 30 ธ.ค.46 เรื่องการติดต่อทำความตกลงกับต่างประเทศ การทำอนุสัญญาและสนธิสัญญาต่าง ๆ ซึ่งมติ ครม.ดังกล่าวกำหนดไว้ว่า หลักปฏิบัติในการติดต่อทำอนุสัญญา และสนธิสัญญาต้องมอบให้กระทรวงต่างประเทศเป็นเจ้าของเรื่องดำเนินการ และก่อนนำเรื่องเสนอ ครม. ให้กระทรวง ทบวง กรม ส่งเรื่องให้กระทรวงต่างประเทศพิจารณาเสนอความเห็น เพื่อประกอบการพิจารณาของ ครม.ทุกครั้ง
      
       4.ขัดมติ ครม. 22 มิ.ย.47 ที่กำหนดว่าส่วนที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศให้นำเข้าเฉพาะที่จำเป็น และเป็นส่วนที่ไม่สามารถผลิตได้ในประเทศไทยเท่านั้น และต้องดำเนินการเรื่องการค้าต่างตอบแทน แต่ปรากฏว่า A.O.U. ไม่ระบุเรื่องการค้าต่างตอบแทน และไม่ระบุเรื่องความช่วยเหลือใดๆ จากรัฐบาลออสเตรีย คือ ยานพาหนะดับเพลิงและยานบรรเทาสาธารณภัย ปรากฏว่าเรือดับเพลิงและโครงประธานรถดับเพลิงชนิด 4×4 มิตซูบิชิ L200 เป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย
      
       5.ขัดต่อข้อบัญญัติ กทม. เรื่องการพัสดุ พ.ศ. 2538 โดยมีการกำหนดตัวผู้ขายและสินค้าไว้ล่วงหน้าโดยไม่มีการจัดประกวดราคา พฤติการณ์ดังกล่าวย่อมแสดงให้เห็นว่าเป็นการอาศัยข้อตกลงระหว่างรัฐกับรัฐ เพื่อกำหนดความผูกพันในเรื่องการขายสินค้า คุณลักษณะของสินค้า และเงื่อนไขอื่น ซึ่งผิดวิสัยการทำข้อตกลงระหว่างรัฐกับรัฐ ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเชื่อว่าเกิดผลผูกพันรัฐบาลและเกิดสิทธิหน้าที่ต่างๆ โดยต้องทำข้อตกลงซื้อขายต่อไป และผูกพันให้รัฐบาลมีภาระหนี้ที่มากถึง 6,687 ล้านบาทเศษ
      
       นอกจากนี้ A.O.U.ดังกล่าวเมื่อมีการลงนามแล้ว ได้มีการเสนอ ครม.เพื่อทราบ มิใช่เพื่ออนุมัติ ซึ่งพยานบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารในสำนักเลขา ครม.ที่รับผิดชอบดูแลการประชุม ครม.ว่า การทำความเข้าใจของไทยกับต่างประเทศมีกระบวนการและขั้นตอน มีหลักต้องปฏิบัติตามมติ ครม.และหากมีการยกเว้นมติดังกล่าว ต้องมีมติยกเว้นที่ชัดเจน
      
       6.บริษัท STEYR ได้จ้างบริษัทในเครือบริษัทเอกชนใหญ่ ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับนายวัฒนา เป็นผู้ดำเนินการตามข้อตกลงว่าด้วยการซื้อต่างตอบแทนกับกรมการค้าต่างประเทศ โดยจ่ายค่าธรรมเนียมบริการเป็นเงินจำนวนร้อยละ 2.20 ของ พันธกรณีการซื้อต่างตอบแทนเป็นเงิน 2,942,495.16 ยูโร นอกจากนี้ การทำการค้าต่างตอบแทนดังกล่าว ฝ่ายไทยไม่ได้ประโยชน์ตามที่จัดทำแต่อย่างใด การที่บริษัทเอกชนดังกล่าวได้ทำสัญญาการค้าต่างตอบแทน โดยใช้ไก่ต้มสุขไปขายต่างประเทศทั้งที่บริษัทดังกล่าวก็ได้ส่งไก่ออกไปยัง ต่างประเทศเป็นปกติอยู่แล้ว เพียงแต่นำเอารายการส่งออกไปแจ้งต่อกรมการค้าต่างประเทศว่าได้ส่งไก่ไปครบ จำนวนตามที่ทำสัญญาการค้าต่างตอบแทนแล้ว นอกจากนี้ในที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 24 ส.ค.47 มีมติเรื่องไก่ต้มสุขเป็นสินค้าอันดับแรก เพื่อพยายามนำรายการสินค้าไก่ต้มสุขมาทำรายการสินค้าต่างตอบแทนอันเป็นการ เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชน ซึ่งเป็นเครือญาติกับนายวัฒนา ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นเหตุไม่ให้โอกาสผู้อื่นเข้าทำการเสนอราคาอย่างเป็น ธรรม จนเป็นเหตุให้บริษัท STEYR ได้เข้าร่วมในโครงการจัดซื้อรถดับเพลิง โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ และเป็นการปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตเพื่อแสวงหาประโยชน์ ที่ไม่ควรได้ตามกฎหมายให้กับ บริษัท STEYR ดังนั้นการกระทำของนายโภคิน นายประชา นายวัฒนา นายสมัคร พล.ต.ต.อธิลักษณ์ มีมูลเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐตาม พ.ศ. 2542 มาตรา 7 ,11 ,12 ,13
      
       ส่วนบริษัท STEYR เนื่องจากไม่มีฐานะเป็นเจ้าพนักงาน แต่ได้กระทำการอันเป็นการช่วยเหลือในการที่เจ้าพนักงานกระทำความผิด จึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงาน ของรัฐ ฯ มาตรา 7 ,11 ,12,13
รีโมท ซื้อ รีโมท จากผู้ค้าส่งโดยตรง ที่มีหน้าร้านจริง ที่ บ้านหม้อ และ คลองถม ราคาถูกกว่าใคร ปลอดภัย มีรับประกัน

คนไทยกู้แผ่นดิน บนเฟชบุ๊ค

บทความย้อนหลัง