บล็อกนี้เป็นเพียงช่องทางรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากที่ต่างๆ ผู้จัดทำไม่ได้มีเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารหรือต้องการให้ร้าย องกรณ์ หน่วยงานและบุคคลใดๆทั้งสิ้น+++++ หากบทความใดผิดพลาดหรือกระทบต่อ องกรณ์ หน่วยงาน หรือบุคคลใด ผู้จัดทำก็กราบขออภัยไว้ล่วงหน้า +++++ ผู้อ่านท่านใดมีข้อมูลหักล้าง ชี้แนะ หรือมีความเห็นใดๆเพิ่มเติมก็ขอความกรุณาแสดงความเห็นเพื่อให้เป็นความรู้สำหรับผู้อ่านท่านต่อๆไปได้ตามแต่จะเห็นสมควร ------------- ขอขอบคุณเจ้าของบทความทุกๆท่านมา ณ. ที่นี้ด้วยครับ *******ช.ช้าง *******

วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เหลี่ยมพล่านพลิกเกมสู้ แหย่ให้แตก-เสี้ยมให้พัง ขายขนมจีบเอาเก้าอี้ล่อ 'เดี๋ยวก็รู้'ใครหลอกใคร?

เหลี่ยมพล่านพลิกเกมสู้ แหย่ให้แตก-เสี้ยมให้พัง ขายขนมจีบเอาเก้าอี้ล่อ 'เดี๋ยวก็รู้'ใครหลอกใคร?

ซุบซิบไทยอินไซเดอร์
ภายหลังจากรู้ตัวว่า “เดินเกมพลาด”...ในเรื่องการ “ดันก้น” บรรดาโจกแดง...ที่มีชนักติดหลังในเรื่อง “ปากเสีย” ที่พาดพิงไม่เลือกหน้า แถมยัง “จาบจ้วงล่วงละเมิด” โดยจัดให้ “หลายคน” อยู่ในอันดับเซฟโซน...ซึ่งก็เกิดปฏิกิริยา “ลบ” ตามมาในทันที เล่นเอา “นักโทษเหลี่ยมจัด” ถึงกับต้องพลิกตำราโกง...สู้อีกครั้ง...แต่อย่างน้อยก็คิดในใจแบบเข้าข้าง ตัวเองว่า “ทำถูก” เพราะต้องยึดกุมหัวใจของพลังแดงเอาไว้ก่อน...เรื่องอื่นไปว่ากันข้างหน้า
โดยเฉพาะการวางสคริปต์-วางบทบาทให้ “น้องปูกิ” ที่โคลนนิ่งตัวเองมา...เล่นบท “ตุ๊กตาหุ่นยนต์” ที่กดปุ่มรีโมท “ซ้ายหัน-ขวาหัน-เดินหน้า-ถอยหลัง” จะพูดกับสื่อ-จะปราศรัย-จะตอบคำถาม...จะต้องพูดกลางๆ ไม่ผูกมัดตัวเอง...ตามสคริปต์ที่กำหนดไว้แล้ว ห้ามพูดนอกสคริปต์เด็ดขาด อันเป็นการบ่งบอกได้ชัดเจนว่า “ไร้วิสัยทัศน์” อย่างยิ่ง เพราะทุกอย่างต้องถูกโปรแกรมสั่งงานอย่างเดียว...ถึงจะทำได้...555
ยิ่งเวลานี้มีการสั่งเปลี่ยนทีม “วอลล์เปเปอร์” จากพวกเสนอหน้าทั้งหลาย ที่อยากเด่น-อยากดัง...ก็หันมาใช้ทีมเศรษฐกิจ ที่มี “3 หน่อ” ของพรรคโคลนนิ่งเหลี่ยม...เป็นคนเดินตาม เพื่อหวังยกก้นให้ดูโดดเด่นขึ้นมา แต่นั่นเท่ากับเป็นการตอกย้ำชัดๆ ว่า “ไร้กึ๋น...ขนานแท้” เพราะถ้าแน่จริง...ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาเดินประกบโชว์ แต่ต้องสามารถ “โชว์กึ๋น” ได้ทุกที่-ทุกเวลา...ต่างหาก
ล่าสุดมีกระแสข่าวออกมาว่า “นักโทษเหลี่ยมจัด” ส่ง “5 ขุนพล” ที่เป็นตัวแทนไปเจรจาต้าอ่วยขาย “ขนมจีบ” กับ “พรรคร่วมขนาดกลาง” เอาไว้...โดยหยิบยื่นไมตรีและยื่น “เก้าอี้ดนตรี” ที่ไม่ต่างไปจากที่ “พรรคเก่าแก่” เคยหยิบยื่นให้
ด้วยการให้ “เฒ่าไดโนเสาร์” กับ “น้องเขยผู้ชื่นชอบตู้เย็น” ดอดไปจีบ “มังกือเตี้ย” ผู้มีอำนาจตัวจริง
หรือการส่ง “เสี่ยตาหยี...ที่มีชื่อเล่นเป็นลูกชิ้นฮั่งเพ้ง” ไปตีซี้ “ชายหูกาง” เพื่อแหย่ล่วงหน้าในเก้าอี้ “ผู้นำคนกลาง” เผื่อในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
รวมถึงการส่ง “เขยขายไก่” ดอดไปเจรจากับ “จอมโกงคลองด่าน” และส่ง “อินทรีอีสาน” ไปแตะมือกับ “2 พี(ที่เหลือ)” ฐานเคยอยู่ร่วมพรรคเดียวกันมาก่อน
ทั้งหลายทั้งปวงในการส่ง “ขนมจีบ” ไปล่อนั้น...หลายคนอาจมองว่า “เพื่อเอาเหยื่อไปล่อให้งับ” แต่ความจริงแล้ว เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการจงใจ “แหย่ให้แตก” มากกว่า
สาเหตุหลักเพราะ “นักโทษเหลี่ยมจัด” รู้ดีว่า...เลือกตั้งหนนี้ ไม่มีทางได้เสียงเกินครึ่ง...เหมือนที่เคยทำมาในอดีต...อีกทั้ง “ตัวเลข” ที่จะออกมาก็ไม่หนีมากมายกับ “พรรคเก่าแก่” แพ้-ชนะ...อาจต่างกันไม่มาก
แต่เมื่อมารู้ว่า “พรรคร่วมฯเดิม” ต่างมี “สัญญาลับ” แบบมี “พยานพิเศษ” ให้ไปไหนไปด้วยกันแล้ว จึงต้องพยายาม “ตีให้แตก” ให้ได้
ส่วนหนึ่งก็เพื่อ “จงใจ” สร้างความหวาดระแวงให้เกิดขึ้นในหมู่ “พรรคร่วม” ด้วยกันเอง...ว่าใครจะยอมเป็น “หมาหัวเน่า” เพื่อเก้าอี้และอำนาจ...เพราะอยากเป็น “รัฐบาล...จนตัวสั่น”
แต่เมื่อ “ไต่กอ” เห็น “ทีท่า” ของ “ตัวละครเก่าๆ” ที่ออกมา “ตีบทแตก” ในเรื่องหยอกกันแรง...ทวงสัญญารักกันไป-มา...ก็ยิ่งทำให้ชัดเจนว่า “สัญญาลับ” เคลียร์กันลงตัวแล้ว ที่เล่นออกมาก็เป็นแค่ “ฉากหน้า” ทำทีเหมือนแตก แต่ไม่แตกจริง...เป็นยุทธการ “ลับ-ลวง-หลอก” 555
ซึ่งงานนี้ก็ไม่รู้ว่า “ใครหลอกใคร” ระหว่าง “นักโทษเหลี่ยมจัด” กับ “เซียนการเมืองรุ่นดึกดำบรรพ์ทั้งหลาย”

ยิ่งล่าสุด...เห็นเกมเอาคืน “สกัดจุดอ่อน” ของขั้วอำมาตย์ ที่ส่ง “ลูกสมุนหลากสี” ไปยื่นดีเอสไอ ให้สอบเอาผิด “เจ๊ปูกิ” ฐานให้การเท็จในคดีซุกหุ้น...ก็ต้องถือว่าเป็น Appetizers เรียกน้ำย่อย...อุ่นรอไว้ก่อน เพราะ “Main Course” ของจริง...กำลังตามมาในเวลาอันใกล้
จึงเห็นอาการดิ้นพล่านในการอยากเป็น “ผู้ท้าชิง” ระดับ “ไทยแลนด์ ช็อป ทาเลนต์” แทนที่ “มฤตยูดำ” และ “ชายปากห้อย” ที่ชิงบทบาทนี้ไปแล้ว...ก็ยิ่งชัดเจนว่า “พล่านม๊ากมาก”
โดยเฉพาะการส่งสมุนไปติดต่อกับ “น.หนู-ลูกอาแป๊ะก่อสร้าง” เพื่อหวังให้ฉีกตัวออกมาจาก “ชายปากห้อย” และหวังดัดหลัง “คนทรยศ” คืนนั้น...ถือเป็นวิธีที่ “โง่บรม” เพราะ “คลุกวงใน” ต่างรู้กันดีว่า นอกเหนือจาก “มังกือเตี้ย-ชายหูกาง-จอมโกงคลองด่าน-ชายเหยียบทรายไร้รอยเท้า” แล้ว ก็มี “น.หนู-ลูกอาแป๊ะก่อสร้าง” คนนี่แหล่ะ ที่รับรู้ถึง “อานุภาพ” อันทรงพลังของ “อำนาจที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ” เป็นอย่างดี
แต่ “น.หนู-ลูกอาแป๊ะก่อสร้าง” ก็บอกเองแบบชัดๆ ว่า “การเมือง...คนพูดไม่ได้ตัดสิน แต่คนตัดสิน...คือคนที่ไม่ได้พูด” ซึ่งถือว่าตอบโจทย์การเมืองไทยในเวลานี้ได้ตรงเป้าเข้าประเด็น!!!
และบทเรียนในอดีตจากรายการ “กระเหี้ยนกระหือรือ” อยากเป็นรัฐบาลจนตัวสั่น โดยไม่ฟังเสียงติงนั้น...ผลลัพธ์คืออย่างไร “มังกือเตี้ย” ย่อมรู้ดีที่สุด
ที่สำคัญ “น.หนู-ลูกอาแป๊ะก่อสร้าง” และอีกหลายคน...ก็คือกลุ่มคนที่ “รับงานตรง” ในการร่วมทำลายล้าง “เครือข่ายเหลี่ยมจัด” งานนี้จึงเตรียมทำใจ “กินแห้ว-จิบน้ำใบบัวบก” ได้เลย...เพราะ “น.หนู-ลูกอาแป๊ะก่อสร้าง” คงไม่เสี่ยงเอาธุรกิจในตระกูลที่ก่อร่างสร้างตัวมานาน ต้องมีอัน “อับเฉา” แน่ๆ
และยิ่งมาเห็น “ทีท่าพล่าน” ของ “นักโทษเหลี่ยมจัด” กับ “ไพร่ตัวพ่อ” ที่ออกมาประกาศดักคอว่า หากพรรคโคลนนิ่งเหลี่ยม “ชนะ” แต่ตั้งรัฐบาลไม่ได้ รับรอง “พลังแดง” จะ “ดีเดือด” อีกครั้ง...ก็เป็นการพิสูจน์ให้เห็นชัดๆ อีกเรื่องว่า “รู้ตัวเองดี” ว่า อำนาจข้างหน้ากำลังหลุดลอย จึงต้องขู่ไว้ก่อน
อยากให้สังเกต “ลีลาท่าทาง” ของ “หล่อหลักลอย” ให้ดีๆ ในช่วงการหาเสียงระยะหลังนี้ เพราะมีการปรับกลยุทธ์สู้แบบนิ่มๆ ตามคำแนะนำของ “กระจิบข่าวทำเนียบฯ” ที่เสนอว่า แทนที่จะ “ติ๊ดชิ่งหนี” ไม่เสี่ยงไปในพื้นที่แดงเดือด ก็ควรเดินหน้าบุกถึงถิ่น และใช้ความได้เปรียบเรื่อง “ปาก” ในการพูดจา-อธิบายความให้เข้าใจ

ตอน แรกที่ได้รับคำแนะนำนี้ ว่ากันว่า ทีมยุทธศาสตร์ของพรรคเก่าแก่ก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้ แต่สุดท้ายก็ยอมทำตาม...และเดินหน้าลุยเต็มสปีด ซึ่งก็ได้ผล เพราะในเชิงจิตวิทยาของคนไทย ที่ไม่ได้เป็นพวกหัวรุนแรง-หัวก้าวร้าวแบบเต็มสูบ เมื่อเจอ “ของ จริง” มาเผชิญหน้า การถกเถียงถึงเหตุผลจึงสู้ไม่ได้แน่นอน จะเห็นว่า “หล่อหลักลอย” ใช้ความได้เปรียบเดินเข้าหา เพื่อชี้แจง เล่นเอา “สาวกแดง” ที่มาเจื้อยๆ เย้วๆ กลับรังกันไม่เป็น
อีกทั้ง “สารพัดสื่อ” ก็พร้อมใจกันเผยแพร่ทั้งภาพ-ทั้งเสียง-ทั้งเนื้อหา...ก็ยิ่งทำให้ “ภาพลักษณ์” ของ “หล่อหลักลอย” ดูสุขุม-ไม่ก้าวร้าว ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการตัดสินใจของ “กลุ่มกลางๆ” กว่า 50% ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร เพราะเป็นการเปรียบเทียบภาพชัดเจนว่า “ฝ่ายหนึ่ง” ก้าวร้าว-รุนแรง-ไร้เหตุผล “อีกฝ่าย” นิ่มนวล-สุขุม-ไม่หนีปัญหา
แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่า...“สาวกแดง” เหล่านี้เป็น “แดงจริง” หรือ “แดงเทียมจัดตั้ง” เพราะ ทุกครั้งที่ “หล่อหลักลอย” เจอป่วน “สาวกแดง” ล้วนใส่เสื้อแดงที่สกรีนหน้า “เจ๊ปูกิ” เพื่อทำให้ดูเหมือนว่า She เป็น “คู่ขัดแย้ง” โดยตรง เพราะมี “ผู้มีประสบการณ์ตรง” เล่าให้ “ไต่กอ” ฟังว่า หากเป็น “แดงจริง” ที่กล้าออกมาบ้าดีเดือดแบบนี้ ปฏิกิริยาที่แสดงออกไม่นุ่มนิ่มแค่เย้วๆ เท่านั้น แต่จะเล่นถึงบท “มือถึง-ตีนถึง” ทีเดียวเชียว
ยิ่งมาเห็นแผนบันได 3 ขั้น ที่ชู “ชนะเลือกตั้ง-จัดตั้งรัฐบาล-นิรโทษกรรม” แล้ว...ขอบอกได้เลยว่า “เสียวสันหลัง...ว่ะ”
โดยเฉพาะความพยายามในการให้เกิดกระบวนการลดหย่อนโทษให้ “นักโทษเหลี่ยมจัด” ในคดี “เมียซื้อที่-ผัวเซ็นค้ำ” ด้วยการตั้งเป้าจาก “ติดคุก” เป็น “รอลงอาญา” ไม่ต้องเข้าไปห้องกรงจริงๆ นั้น
รับรองได้ว่า “ไม่มีใครยอมแน่” เพราะจะทำให้ “กระบวนการยุติธรรมของไทย” สิ้นมนต์ขลังแน่
ซึ่งนั่นจะสะเทือนถึง “อำนาจอื่น” เป็นผลกระทบแบบลูกโซ่ทีเดียวเชียว...เฮ้อ แค่คิดก็เสียวแล้ว ว่า “ตอนจบ” จะเป็นแบบไหน????
แต่ที่แน่ๆ เวลานี้ “ผู้สันทัดกรณี” ตั้งข้อสังเกตว่า “พรรคเก่าแก่” ดูจะมั่นอกมั่นใจจริงๆ ขนาด “มฤตยูดำ” ผู้บัญชาการเกมตัวจริง ยังไม่ยอมลงพื้นที่หาเสียงช่วยลูกพรรคเลย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวก “มีภาพ-พูดเก่ง” แต่ตัวเองสิงสถิตอยู่ที่ ทำเนียบฯ หรือไม่ก็ที่พรรค...เพื่อเดิน “เกมลับ-เกมใต้ดิน” แบบเต็มสูบ...งานนี้มีเสียงกระซิบมาให้ “ไต่กอ” ฟังเพื่อฝากผ่านไปถึง “นักโทษเหลี่ยมจัด” ว่า...เดี๋ยวก็รู้ “ใครหลอกใคร”...555
......................................

วัด​กึ๋น "คู่แข่ง" ชิง​ตำแหน่ง​นายกฯ เทียบ​ช็อต​ต่อ​ช็อต​นโยบาย​บริหาร​ประ​เทศ


Pic_176771 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ อภิสิทธิ์ เวช​ชา​ชีวะ ถูก​สังคม​จับ​ให้​เป็น “คู่แข่งขัน”ชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี​  คน​ที่ 28 ใน​ฐานะ​ปาร์ตี้ลิสต์​เบอร์ 1 จากพรรค​ใหญ่   2 พรรคเพื่อ​ไทย กับประชาธิปัตย์ ใน​การ​เลือกตั้ง​ใหญ่​ที่​กำลัง​จะ​มี​ขึ้น​ใน​วัน​อาทิตย์​  ที่  3 ก.ค.​นี้

คู่แข่ง​นายกฯ​ทั้ง​สอง​คน​จะ​นำพา​พล​พรรค​เข้าไป​นั่ง​ใน ​สภา​ได้​มากน้อยเพียงใดให้​ สามารถ​เป็น​แกน​นำ​จัดตั้ง​รัฐบาล​ได้  ก็​ขึ้น​อยู่​กับ​ปูม​หลัง ความ​ เชื่อ​มั่น   ของ​ผู้คน และ​นโยบาย​ที่​พวก​เขา​นำ​เสนอ​ต่อ​ประชาชน​ผู้​มี​สิทธิ์​ออกเสียง​เลือก ตั้ง​เป็น​สำคัญ

อ่าน​บท​สัมภาษณ์​ของ​ทั้งเธอ และ​เขา ผ่าน​การ​รายงาน​ของ  ทีมเศรษฐกิจดู

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์ 1 พรรค​เพื่อ​ไทย


การ​มี​แบ็​กก​ราว​ด์​เป็น​ซี​อี​โอ​บริษัท​จดทะเบียน​ของ​คุณ มี​ข้อ​ได้​เปรียบ​หรือ​เสียเปรียบ

ยอม ​รับ​ว่า​ขนาด​การบริหาร​ธุรกิจ​กับ​ประเทศ​ต่าง​กัน แต่​ศาสตร์​ใน​การ​จัดการ​ไม่​น่า​จะ​ต่าง​กัน สิ่ง​ที่​เรา​จะ​ต้อง​นำ​มา​ใช้​ประโยชน์ คือเข้าใจ ​กลไก​ที่​เรียก​ว่า​บริบท​ของ​ประเทศ​ก่อน จะ​ไม่​ทำ​งาน​คน​เดียว​ และ​มี​ทีมงาน​วิชาการ​มา​ช่วย จะ​ใช้​ประสบการณ์​ทุก​อย่าง​ตลอด​ชีวิต​การ​ทำ​งาน​มาประยุกต์​ ใช้​ให้​มาก​ที่สุด ไม่​ว่า​จะ​เป็น​ความ​รู้ความ​เข้าใจ​ด้าน​การบริหารการจัดการ การ​ตลาด​และ​ความ​สัมพันธ์​ที่​ดี​กับ​ทาง​ภาค​รัฐ ภาค​เอกชนต่าง​ประเทศ

“ตรง ​จุด​นี้​เป็น​ความ​ได้​เปรียบ ดิฉัน​เข้าใจ​คน​ทำ​มา​หากิน เคย​สัมผัส​มา เคย​ทำ​ธุรกิจ​มา​จะ​รู้​ว่า​เวลา​เจ็บ​หนัก​จะ​แก้​ปัญหา​อย่างไร จะ​หาเงิน​เข้า​บริษัท​ทำ​อย่างไร จะ​ใช้​ความ​รู้ความ​สามารถ​นี้​ไป​ผนวก​กับ​ความ​รู้ความ​สามารถ​ที่​พรรค​ มี”

ที่​สำคัญ ​เวลา​ทำ​อะไร​ต้อง​คิด​เรื่อง​การบริหาร​จัดการ​ก่อน ต้อง​เข้าใจ​พื้นฐาน​ปัญหา รู้​ต้นทุน​ที่แท้​จริง แล้ว​รับ​ข้อมูล​ครบ​ทุก​ส่วน​แล้ว​ค่อย​ตัดสินใจ กลับไป​หา​ศาสตร์ 4 M ตัว​แรก​ทำ management (บริหาร​จัดการ) คิด​ก่อน​ว่า​จะ​บริหาร​จัดการ​อย่างไร แล้ว​ค่อย​ไป​คุย​เรื่อง material (วัตถุดิบ) money (เงิน) และ man (คน) จะ​ใช้​เท่า​ไหร่​จะ​มี​คำ​ตอบ ต้อง​คิด​กระบวนการ​ให้​ครบถ้วน ใช้​การ​จัดการ​เป็น​หลัก ส่วน money ควร​จะ​เป็น​ตัว​สุดท้าย

โจทย์​ของ​ประเทศ​ต้อง​เร่งรัด​บริหาร​ โครงการ​ให้​เสร็จ​โดย​เร็ว วัน​นี้​ต่าง​ชาติ​มอง​ประเทศ​ว่า​บาง​โครงการ​ยัง​คาราคาซัง เดิน​ไม่ได้ ก็​ต้อง​ใช้​ศาสตร์​การบริหาร​จัดการ​เข้า​มา​ช่วย ยอม​รับ​ว่า​ทางการ​เมือง​บริหาร​จัดการ​ยาก​กว่า​บริษัท แต่​ถ้า​เรา​มอง​ปัญหา​และ​เป้าหมาย​ปลายทาง​ว่า อยาก​ส่ง​มอบ​อะไร​ให้​ประชาชน​แล้ว​เอา​เป็น​ตัวตั้ง เชื่อ​ว่า​กลไก​จะ​ถูก​บังคับ​ให้​เดิน​เป็น​ไป​ตาม​นั้น

จะ​แก้ไข​ปัญหา​ปาก​ท้อง​เร่ง​ด่วน​ของ​ประชาชนด้วยวิธีใด

เรื่อง​ราคา​สินค้าต้อง​ให้​เป็น​ไป​ตาม​กลไก​การ​ตลาด​อย่าง​แท้จริง คือ​มี​ทั้ง demand (อุปสงค์) และ supply (อุ​ป​ทาน) ต้อง​ดู​ทั้ง value chain (ห่วง​โซ่) ตั้งแต่​ต้นทุน​การ​ผลิต ท่อ​ใน​การ​ทำ​ต่างๆ ไหล​เวียน​หรือ​เปล่า ดู​เรื่อง​ระบบ​การ​ผูกขาด ดู​ให้​มี​ปริมาณ​สินค้า​เพียงพอ ไม่​ให้​เกิด​การ​กักตุน​สินค้า ตัดราคา​กัน

นโยบาย​ของ​พรรค​เพื่อ​ไทย​เรื่อง​แก้​ปัญหา​ปาก​ท้อง นอกจาก​ช่วย​ลด​ภาระ​หนี้สิน​ด้วย​การ​พัก​หนี้​ไว้​แล้ว จะ​สร้าง​ราย​ได้​อย่าง​ยั่งยืน ต้อง​ทำให้​คนตั้งตัว​เพื่อ​สามารถ​แก้​ปัญหา​ได้​ใน​ระยะ​ยาว วิธี​แก้​ปัญหา​มอง​จากพีระ​มิด​สามเหลี่ยม​ประเทศไทย เริ่ม​จาก​กลุ่ม​ล่าง​คือ​มอง​ที่​ต่ำ​เส้น​ความ​ยากจน มี 5 ล้าน​คน มีหนี้ต่อ​ครัวเรือน​เพิ่ม​ขึ้น ตอน​นี้​อยู่​ที่ 40,000 บาท​ต่อ​ครัวเรือน ยัง​ไม่​รวม​หนี้​นอก​ระบบ​อีก นี่​คือ​นโยบาย​แรก​ที่​จะ​ใช้ คือการ​พัก​หนี้ แต่​ไม่ได้​ยก​หนี้ ไม่ได้​แจก​เงิน หนี้​ต่ำ​กว่า 500,000 บาท ​จะ​ได้​รับ​การ​พัก​หนี้ ส่วน​หนี้​มาก​กว่า 500,000-1,000,000 บาท ​ก็​ไป​เจรจา​ปรับ​โครงสร้าง​หนี้ ประนอม​หนี้​ไป เพื่อ​ลด​ภาระ​ไม่ต้องกู้​หนี้​นอก​ระบบ​เงิน​ได้​มา​เท่า​ไหร่​ไป​จ่าย​ หนี้​หมด

ฐาน​พีระ​มิด​จะ​ช่วย​เรื่อง​การ​เพิ่ม​ค่า​แรง​ขั้น​ต่ำ ปัญหา​หนี้สิน ราคา​พืช​ผล รับ​จำนำ​ข้าว มี​บัตร​เครดิต​เกษตรกร​เหมือนกับ​ให้​ทุน​กู้​ยืม​ไป​ทำ​การ​ค้า พอ​ทำ​การ​ค้า​แล้ว​ก็​มา​ใช้​หนี้ ครั้ง​หน้า​ก็​ทำ​นา​ได้​ต่อ

ส่วน ​คน​กลุ่ม​กลาง​จะ​ช่วย​ให้​ไป​ตั้งตัว คือ​คน​จบ​ใหม่ๆ เงินเดือน​ปริญญา​ตรี 15,000 บาท เบื้องต้น​จะ​ประกัน​ค่า​แรง​ขั้น​ต่ำ​ให้​เพื่อ​ที่​จะ​เลี้ยง​ตัว​ได้​ ระดับหนึ่ง จบ​ปริญญา​ตรี​เงินเดือน 15,000 บาท แต่​ไม่ได้​สร้าง​ภาระ​ให้​เอกชน เพราะ​จะ​ไป​ลด​ภาษี​นิติบุคคล​ให้​จาก 30% ลง​มา​ที่ 23% และ 20%

จาก​ข้อมูล​พบ​ว่า​ยัง​มี​คน​ที่​ไม่ได้ ​ รับ​การ​จ้าง​งาน​อีก 500,000 คน​ต่อ​ปี กลุ่ม​ที่​ไม่​อยาก​เป็น​ลูกจ้าง อยาก​มี​กิจการ​ของ​ตน​เอง​ก็​จะ​มี​ระบบ​กองทุนตั้งตัว​ได้ จะ​มี​อาจารย์​จาก​มหาวิทยาลัย ผู้​ที่​มี​ความ​รู้ความ​ชำนาญ ผู้​ที่​ประสบ​ความ​สำเร็จ​ใน​แต่ละ​สาขา​อาชีพ เข้า​มา​เป็น​กรรมการ​ใน​การ​พิจารณา เช่น ​จะ​ไป​เปิด​ร้าน​ก๋วยเตี๋ยว จะ​ถูก​พิจารณา​ว่า​ทำ​เป็น​หรือ​เปล่า และ​ต้อง​ใช้​เงิน​ทุน​เท่า​ไหร่ มี​ผู้เชี่ยวชาญ​สอน​และ​วาง​แผน​ด้าน​การเงิน​ให้ เพื่อ​ช่วย​ให้​ตั้งตัว​ได้​ใน​ระยะ​ยาว

นโยบาย​ที่​หาเสียง​ต้อง​ใช้​งบประมาณ​เป็น​จำนวน​มาก ​มี​วิธีการ​หา​ราย​ได้​อย่างไร

เอา ​หลัก​ก่อน การ​ลงทุน​เม​กะ​โปรเจกต์​ต่างๆ จะ​ยึด​หลัก​ไม่​เสีย​วินัย​การเงิน​การคลัง โดย​จะ​อาศัย​เม็ด​เงิน​ลงทุน​จาก​ต่าง​ประเทศ​หรือ​พาร์ตเนอร์​ผู้​ร่วม ลงทุน​เข้า​มา เป็น​โจทย์​ที่​ต้องการ​กระตุ้น​เศรษฐกิจ​อยู่​แล้ว ส่วน​หนี้​สาธารณะ สุดท้าย​ก็​ต้องหา​เงิน​มา​ใช้​หนี้ คง​ไม่​ปล่อย​ให้​หนี้​โต​แบบ​นี้

นโยบาย​รับ​จำนำ​ของ​พรรค​เพื่อ​ไทย  ดี​กว่า​นโยบาย​ประกัน​ราย​ได้​เกษตรกร​ของ​พรรค​ประชาธิปัตย์​อย่างไร

ทาง​พรรค​เพื่อ​ไทย​จะ​ยกเลิก​ประกัน​ราย​ได้​เกษตรกร แต่​ใช้​วิธี​รับ​จำนำ​ข้าว ไม่​ใช่​แค่​ให้​ราคา​ดี แต่​จะ​ได้​เห็น​และ​สามารถ​ควบคุม​ดี​มา​นด์ ซัพพลาย​ที่แท้​จริง​ได้ คือ​เมื่อ​เกษตรกร​ชาว​นา​เอา​ข้าว​มา​จำนำ เรา​จะ​รู้​ว่า​นา 1 ไร่ ผลิต​ข้าว​ได้​เท่า​ไหร่ จะ​ได้​รู้​ปริมาณ​ผล​ผลิต​ทั้งหมด และ​ปริมาณ​ซัพพลาย​ใน​ตลาด​ทั้งหมด​เท่า​ไหร่ จะ​รู้​ว่า​จะ​ต้อง​แก้ไข​กลไก​ใน​ตลาด​อย่างไร ถ้า​ปริมาณ​ล้น​มากๆ จะ​แก้ไข​โดย​การ​ส่ง​ออก หรือ​ร่วมมือ​กำหนด​ราคา​กับ​ประเทศ​เพื่อนบ้าน

ทุก ​วัน​นี้​รัฐบาล​ใช้​วิธี​ประกัน​ราคา สมมติ​ว่า​ราคา​ขาย​จริงอยู่​ที่​ตัน​ละ 12,000 บาท​แล้ว แต่​ราคา​ประกัน​อยู่​ที่​ตัน​ละ 15,000 บาท ช่อง​ว่าง​ของ​ราคา​ที่​เกิด​ขึ้น​รัฐบาล​จ่าย​ส่วน​ต่าง​ให้ แต่​เกษตรกร​อาจจะ​ไม่ได้​ขาย​ข้าว​ไป​จริงๆ ข้าว​อาจจะ​กอง​อยู่​เต็มนา รัฐบาล​จ่าย​เงิน​อย่าง​เดียว แต่​ข้าว​ไม่ได้​ไหล​เวียน​ออก​ไป​ขาย ทุก​วัน​นี้​ข้าว​มี​แต่​ขาย​ไม่ได้​ก็​เลย​ไม่ได้​ราคา ถ้า​ยิ่ง​ขาย​จริง​ก็​ยิ่ง​ราคา​ตก

นโยบาย​ของ​พรรค​เพื่อ​ไทย​ที่​ ใช้​วิธี​รับ​จำนำ​นั้น จะ​ใช้​วิธี​ซื้อ​เข้า​มา ช่วง​ต้น​อาจจะ​มี​ปัญหา​แน่​ว่า​ต้อง​มา​นั่ง​บริหาร​งาน ส่วน​ปัญหา​ที่​เคย​เกิด​การ​ทุจริต​ใน​โครงการ​รับ​จำนำ ก็​จะ​เอา​ปัญหา​ที่​ทุก​คน​ห่วงใย มาหาระบบ​การ​ตรวจสอบ​ที่​โปร่งใส​ชัดเจน

ส่วน​ประเด็น​ที่ว่าการ​ประกัน​ราย​ได้​ช่วย​เกษตรกร​ได้​มาก​กว่า ถึง​แม้​ว่า​จะ​ช่วย​ได้ 4 ล้านครอบครัวจริง​ แต่​ของ​จริง​ข้าว​ก็​ยัง​ขาย​ไม่ได้​กอง​อยู่ แต่​ถ้า​รับ​จำนำ​เบื้องต้น​อาจจะ​ได้​ไม่​เยอะ ​แต่​มี​การ​หมุนเวียน ฉะนั้น ​การ​รับ​จำนำ​ต้อง​ทำให้​รอบ​หมุน​เร็ว​ที่สุด​มี​ประสิทธิภาพ​มาก​ที่สุด

พร้อม ​กัน​นี้ พรรค​เพื่อ​ไทย​มี​นโยบาย​บัตร​เครดิต​เกษตรกร​จะ​ใช้​ควบคู่​กัน​ไป เพื่อ​ให้​เป็น​เงินลงทุน​ให้​ซื้อ​ปัจจัย​การ​ผลิต เมล็ด​พันธุ์​พืช ปุ๋ย เกษตรกร​สามารถ​ที่​จะ​บอก​ว่า​ปริมาณ​การ​ผลิต​เท่า​ไหร่ เราจะให้​ วงเงิน​จาก​ปริมาณ​การ​ผลิต​และ​พอ​เกี่ยว​ข้าว​เสร็จ​ครั้ง​หน้า​ก็​เอา​ เงิน​มา​จ่าย

จะ​บริหาร​จัดการ​ราคา​น้ำมัน​อย่างไร ตรึง​ราคา​หรือ​ลอยตัว

ช่วง ​ต้นๆคง​ต้อง​ตรึง​ราคา​ระดับ​หนึ่ง แต่​ไม่​ถึง​ขั้น​แทรกแซง และ​ค่อยๆปล่อย​ให้​เป็น​ไป​ตาม​กลไก​ตลาด ขณะ​เดียวกัน ต้องหา​แหล่ง​พลังงาน​ทดแทน​ขึ้น​มา รณรงค์​ให้​ประหยัด​การ​ใช้​พลังงาน​ให้​มากที่สุด เพราะ​ความต้องการ​พลังงาน​ทดแทน​มี​มาก​แต่​ยัง​ไม่ได้​เริ่ม​ต้น​อย่าง​ จริงจัง ใน​อนาคต​จะ​แก้​ปัญหา​อย่างไร นโยบาย​ของ​พรรค​เพื่อ​ไทย​จะ​ส่งเสริม​พลังงาน​ทดแทน​ทุก​ชนิด เช่น​น้ำ ลม ทั้ง​ระดับ​ประเทศ​และ​ระดับ​ครัวเรือน

นโยบาย​หาเสียง​ใด​ของ​พรรค​คู่แข่ง ที่​ไม่​น่า​ปฏิบัติ​ได้​จริง

จุด ​แรก​ที่​มอง​คือ​การ​สร้าง​ราย​ได้ ที่​น่า​จะ​ให้​คำ​ตอบ​กับ​ประชาชน​อย่าง​ชัดเจน​ว่า​จะ​สร้าง​ราย​ได้​ให้​ อย่าง​ยั่งยืน​อย่างไร นโยบาย​ของ​พรรค​เพื่อ​ไทย​ที่​แตก​ต่าง​จาก​พรรค​อื่น​คือ​ไม่ได้​เน้น​แจก ​เงิน แต่​เน้นการ​ลด​ภาระ​ค่า​ใช้​จ่าย​เบื้องต้น​เพื่อ​ให้​ตั้งตัว​ได้​ใน​ระยะ ​ยาว และ​นโยบาย​ของ​พรรค​เพื่อ​ไทย​เน้น​ที่มา​ที่​ไป ปฏิบัติ​ได้​จริง เป็นไปได้ ทำ​งาน​จาก​คน​ที่​มี​ประสบการณ์ อัน​ไหน​ทำได้​อัน​ไหน​ทำ​ไม่ได้.

อภิสิทธิ์  เวช​ชาชีวะ
ปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์ 1พรรค​ประชาธิปัตย์


การ​เป็น​นักการเมือง​อาชีพ​ของ​คุณ  มี​ข้อ​ได้​เปรียบ​หรือ​เสีย เปรียบ

ผม ​บริหาร​เศรษฐกิจ​มา​ใน​ช่วง​ยาก​ที่สุด​ช่วง​หนึ่ง ทั้ง​วิกฤติ​การเงินโลก ​บวก​กับ​วิกฤติ​การเมือง ถือว่า​ได้​ทำให้​เศรษฐกิจ​ไทย​มี​ความ​มั่นคง ประสบการณ์​ตรง​นี้ เป็นการ​ยืนยัน​ความ​พร้อม​ใน​การบริหาร​เศรษฐกิจ ช่วง 2 ปี​ที่​ผ่าน​มา การบริหาร​เศรษฐกิจ​ไม่​เหมือนกับ​การบริหาร​ธุรกิจ การบริหาร​ธุรกิจ​มุ่ง​ให้​เกิด​ผล​กำไร​ต่อ​ผู้​ถือ​หุ้น แต่​การบริหาร​เศรษฐกิจ​เป็น​เรื่อง​ของ​การ​ตัดสินใจ​บริหาร​ทรัพยากร​ของ​ ประเทศ

“ถ้า​ถาม​ว่า​ประสบการณ์​ธุรกิจ​มี​ประโยชน์​ต่อ​การบริ หาร ​ เศรษฐกิจ​ไหม ก็​ต้อง​ตอบ​ว่า​มี เน้น​เรื่อง​ประสิทธิภาพ แต่​เป้าหมาย​และ​หลักการ​บริหาร​ทั้ง 2 อย่าง​ไม่​เหมือน​กัน ธุรกิจ​มี​เป้าหมาย​ชัด​ใน​เรื่อง​ผล​ตอบแทน​ผู้​ถือ​หุ้น แต่​การบริหาร​เศรษฐกิจ​ไม่​ใช่​มี​ตัว​ใด​ตัว​หนึ่ง ต้อง​ดู​ทั้ง​เสถียรภาพ ประสิทธิภาพ ความ​เป็น​ธรรม”

ปัจจัย​ที่​ใช้ ​ใน​การบริหาร​ก็​อาจ​เหมือน​และ​ไม่​เหมือน​กัน​บ้าง แต่​เมื่อ​เป้าหมาย​ไม่​เหมือน​กัน ระบบ​ก็​ไม่​เหมือน​กัน เช่น ท่าที​ต่อ​ธนาคาร​แห่ง​ประเทศไทย (ธปท.) คณะ​กรรมการ​กำกับ​หลักทรัพย์​และ​ตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปรียบเทียบ​กับ​องค์กร​ธุรกิจ​ไม่ได้​เลย มี​ไหม​บริษัท​ที่​ฝ่าย​การเงิน​เป็น​อิสระ ตรง​นี้​เป็น​ลักษณะ​เฉพาะ​เห็น​ชัดๆว่า​ไม่​เหมือน​กัน

จะ​แก้ไข​ปัญหา​ปาก​ท้อง​เร่ง​ด่วน​ของ​ประชาชน​ด้วยวิธีใด

ปัญหา ​ของ​แพง​ตอน​นี้​ต้อง​แก้ไข 2 ส่วน ส่วน​หนึ่ง​ต้อง​กำกับ​ดูแล​สินค้า อีก​ส่วน​เพิ่ม​ราย​ได้​ให้​ประชาชน ส่วนหลัง​พรรค​มี​นโยบาย​ดูแล​ประชาชน​ทุก​กลุ่ม เพิ่ม​ค่า​แรง ​ผู้​ใช้​แรงงาน​และ​มี​การ​ประกัน​ราย​ได้​เกษตรกร รวม​ทั้ง​ดูแล​เรื่อง​การ​ศึกษา​ของ​ผู้​สูงอายุ แต่​การ​กำกับ​ดูแล​สินค้า​ทำได้​บาง​ตัว​เท่านั้น ไม่​อยาก​ไป​บิดเบือน​กลไก​การตลาด

รัฐบาล​จะ​ดูแล​สินค้า​บาง​ตัว​ ที่​มี​ลักษณะ​พิเศษ เช่น แก๊ส​หุง​ต้ม น้ำมันดีเซล ต้อง​ตรึง​ราคา ทั้งที่​มี​คน​คัดค้าน แต่​ผม​มี​หลัก​ที่​ชัดเจน ถ้า​ไม่​ตรึง​ตอน​นี้​ราคา​สินค้า​ก็​ยิ่ง​แพง​กว่า​นี้ อ้าง​ว่า​ต้นทุน​สูง​ขึ้น ส่วน​สินค้า​อีก​หลาย​ตัว​ที่​ไม่​มี​กลไก​ควบคุม​โดย​ตรง​ ก็​อยู่​บน​ หลักการ​ที่​ต้อง​ดูแล​ไม่​ให้​เกิด​การ​เอารัดเอาเปรียบ เช่น ตอน​นี้​ไล่​ตรวจสอบ​ราคา​หมู ไก่ ไข่ ถ้า​ไม่​มี​อากาศ​แปรปรวน ราคา​ต้อง​ลด​ลง

ขณะ​เดียวกัน​ ก็​ต้อง​เปรียบเทียบ​เงินเฟ้อ​ของ​ประเทศ​อื่น​ด้วย เป็น​ปัญหา​ทั่ว​โลก ถ้า​รัฐบาล​ไม่​ใช้​นโยบาย​แบบ​ที่​ทำ​อยู่​สินค้า​จะ​แพง​กว่า​นี้ ค่า​ขนส่ง​แพง​กว่า​นี้ ที่​รัฐบาล​ได้​ทำ​ไป ทำให้​สินค้า​ไม่​สามารถ​อ้าง​ค่า​ขนส่ง​ได้ หรือ​ถ้า​ไม่​มี​นโยบาย​เรียน​ฟรี ใน​เดือน​นี้​ประชาชน​จะ​เดือดร้อน​ขนาด​ไหน

“ผม​ไป​ปราศรัย​มา​ทุก ​ที่ ของ​แพง​อยู่​ใน​ใจ​ทุก​คน พอ​อธิบาย​ให้​ทราบ​เขา​ก็​เข้าใจ ที่​สำคัญ​เป็น​เรื่อง​ง่าย​ที่​จะ​บ่น แต่​ไม่​มี​ใคร​อธิบาย​ว่า​จะ​แก้ไข​อย่างไร สุดท้าย ​ผม​ขอ​ย้ำ​ว่า​ของ​แพง ยัง​ดี​กว่า​ของ​ขาด ฉะนั้น​ใคร​ที่​คิด​ว่า​เข้า​มา​แล้ว​จะ​มา​คุม​ได้​ทุก​ตัว ต้อง​ระวัง​ของ​ขาด ขอ​สารภาพ​ตรงๆ กรณี​น้ำมัน​ปาล์ม ก็​มา​จาก​ความพยายามที่​จะ​ฝืน​ความ​จริง กด​ราคา จน​ใน​ที่สุด​ของ​จึง​ขาด”

นโยบาย​ที่​ใช้​หาเสียง​ต้อง​ใช้​งบประมาณ​เป็น​จำนวน​มาก ​มี​วิธีการ​หา​ราย​ได้​อย่างไร

ยืน ยัน ​ว่าการ​ทำ​งบประมาณ​ปี 2555 ที่​ขาด​ดุล 350,000 ล้าน​บาท​นั้น ได้​คำนึง​ถึง​นโยบาย​ที่​ใช้​หาเสียง​ไว้​แล้ว เป็น​การ​ขาด​ดุล​งบประมาณ​ที่​น้อย​ลง เมื่อเทียบ​ สัดส่วน​ต่อ​ราย​ได้ และ​ขอ​ยืนยัน​เป้าหมาย ที่​จะ​กลับ​ไป​ทำ​งบประมาณ​แบบ​สมดุล และ​ถ้า​ทำให้​เศรษฐกิจ​โต​ได้ ก็​มั่นใจ​ใน​แผนการ​เงิน​การคลัง​ที่​กำหนด​เอา​ไว้ ตอนนี้​

หนี้​ สาธารณะ​ต่อ​ผลิตภัณฑ์​มวล​รวม​ใน​ประเทศ (จี​ดี​พี) ก็​ลด​ลง​ต่อ​เนื่อง​เหลือ​ไม่​ถึง 40% ของ​จี​ดี​พี​แล้ว โดย​พื้นฐาน​ถือว่า​ไม่​มี​ปัญหา แต่​เรา​ยัง​ต้อง​ปรับ​โครงสร้าง​ภาษี​ทั้ง​ระบบ เพื่อ​เพิ่ม​ขีด​ความ​สามารถ​ใน​การ​แข่ง​ขัน​และ​เกิด​ความ​เป็น​ธรรม ​แต่​การบริหาร​การคลัง​จะ​บอก​ว่า​จะ​ลด​ภาษี​เท่าไร ล่วงหน้า​ไม่ได้

นโยบาย​ประกัน​ราย​ได้​เกษตรกร​ของ​พรรค​ประชาธิปัตย์​  ดี​กว่า​นโยบาย​รับ​จำนำ​ของ​พรรค​เพื่อ​ไทยอย่างไร

ผม ​ผ่าน​มา​ทั้ง​การ​รับ​จำนำ​และ​การ​ประกัน​ราย​ได้​เกษตรกร เพราะ​รับ​มรดก​การ​รับ​จำนำ​มา​จาก​รัฐบาล​ชุด​ก่อน บอก​ได้​เลย​ว่า โครงการ​ประกัน​ราย​ได้​เป็น​โครงการ​ที่​ฝน​ตก​ทั่ว​ฟ้า ดัชนี​ราย​ได้​เกษตรกร​ขณะ​นี้​เพิ่ม​ขึ้น 87% เกษตรกร​ที่​ได้​ประโยชน์​จาก​โครงการ​ประกัน​ราย​ได้ น่า​จะ​มาก​กว่า​การ​รับ​จำนำ 3-4 เท่า หรือกว่า 4 ล้าน​ครอบครัว โครงการ​ประกัน​ยัง​ไป​ถึง​คน​ที่​ปกติ​ไม่ได้​รับ​การ​ช่วยเหลือ เช่น คน​ปลูก​ข้าว​กิน​เอง​ใน​ภาค​อีสาน​และ​ภาค​เหนือ อีก​ทั้ง​โครงการ​ประกัน​ราย​ได้ ไม่ไป ​ทำลาย​ตลาด เพราะ​การ​ซื้อขาย​เป็น​เรื่อง​ปกติ เงิน​หลักประกัน​มา​จาก​รัฐบาล

ถ้า ​โครงการ​ประกัน​ราย​ได้​เกษตรกร​มี​การ​ทุจริต อาจ​เกิด​ขึ้น​เล็กๆน้อย เช่น แจ้ง​จำนวน​พื้นที่​ผลิต​ไม่​ตรง ก็​จะ​มี​กลไก​ช่วย​กัน​ตรวจสอบ แต่​การ​รับ​จำนำ​จะ​มี​ปัญหา​ทุจริต​ทุก​ขั้น​ตอน ปวด​หัว​มาก ตั้งแต่​ซื้อ​เก็บ​กับ​ใคร การ​จัด​โควตา​การ​ดูแล​รักษา คิด​ค่า​ใช้​จ่าย​เท่าใด จน​การ​ประมูล​ขาย​ที่​ขาดทุน และ​ทำลาย​ความ​สามารถ​ใน​การ​แข่ง​ขัน​ของ​ภาค​การ​เกษตร และ​การ​รับ​จำนำ​สูงๆ คือ​การ​ที่​รัฐบาล​ไป​รับ​ซื้อ​สินค้า​มา​เก็บ​ไว้​ใน​สต๊อก เป็น​ผู้​ค้า​ราย​ใหญ่​ด้วย​ต้นทุน​สูง​ลิบ​และ​ไม่ได้​กำไร

การ​ ประกัน​ก็​ยัง​มี​จุดอ่อน​ที่​ต้อง​แก้ไข เริ่ม​จาก​ขั้น​ตอน​การบริหาร ต่อ​ไป​นี้​จะ​ไม่​ขึ้น​ทะเบียน​ทุก​ครั้ง จะ​ใช้​ฐาน​ข้อมูล​เดิม​และ​ปรับ​แก้ไข​เพื่อ​ช่วย​เกษตรกร​ที่​ไม่​มี​ เอกสาร​สิทธิ์ ซึ่ง​เดิม​ขึ้น​ทะเบียน​ไม่ได้ และ​ปรับ​อัตรา​กำไร​เพิ่ม​ขึ้น ปรับ​ต้นทุน​การ​ผลิต​ให้​เป็น​ปัจจุบัน​มาก​ขึ้น โดย​ปัจจุบัน​อิง​ความชื้น 15% ซึ่ง​เกษตรกร​หลาย​พื้นที่​ไม่​ชอบ อยาก​ให้​ทำ​บน​พื้นฐาน​ความชื้น 20-25% ก็​ยินดี​จะ​ปรับ​ให้ ส่วน​ที่​เกษตรกร​บ่น​ว่า​ขาย​ตาม​ราคา​อ้างอิง​ไม่ได้ ก็​จะ​มี​กลไก​ตั้งโต๊ะ​รับ​ซื้อ​มาก​ขึ้น และ​จะ​ซื้อ​แล้ว​ขาย​เลย​เพื่อ​ให้​เกิด​การ​ตลาด​ที่แท้​จริง

ทุก​ วัน​นี้​ได้​แก้​เรื่อง​การ​ปล่อย​สินเชื่อ​เพื่อ​เกษตรกร​ไป​แล้ว เพราะ​มี​โครงการ​ประกัน​ราย​ได้ ธ.ก.ส.​รู้​แล้ว​ว่าความ​เสี่ยง​ลด​ลง เกษตรกร​กำลัง​จะ​เข้าถึง​แหล่ง​ทุน​ได้​ดี​ยิ่ง​ขึ้น ประกอบ​กับ​ที่​จะ​มี​โครงการ​ประกันภัย​พืช​ผล ก็​ยิ่ง​สร้าง​ความ​มั่นใจ​ให้ ธ.ก.ส.​ปล่อย​สินเชื่อ เพียง​แต่​ไม่ได้​ออก​เป็น​บัตร​เครดิต ผม​ถึง​ยืนยัน​เดิน​หน้า​ประกัน​ราย​ได้​แจก​เงิน​ส่วน​ต่าง ไม่ได้​แจก​หนี้

จะ​บริหาร​จัดการ​ราคา​น้ำมัน​อย่างไร ตรึง​ราคา​หรือ​ลอยตัว

ที่ ​เคย​กำหนด​ราคา​น้ำมันดีเซล​ไม่​เกิน​ลิตร​ละ 30 บาท เพื่อ​ไม่​ให้​ค่า​ขนส่ง​ขึ้น ไม่​เช่น​นั้น​จะ​ทำให้​สินค้า​ขึ้น​ราคา​เสียหาย​ต่อ​เศรษฐกิจ​ใน​ภาพ​รวม​ มาก​กว่า​การ​ใช้​เงิน​ตรึง​ราคา​น้ำมัน ที่​ตัดสินใจ​เช่น​นี้​เพราะ​เชื่อ​ว่า​ราคา​ตลาด​โลก​ที่​ปรับ​ขึ้น​ไป​สูง ​มาก ไม่​ใช่​ราคา​สะท้อน​ดีมานด์ ซัพพลาย ​แต่​เป็น​การ​เก็ง​กำไร ขณะ​นี้​ยัง​ไม่​มี​อะไร​ต้อง​เปลี่ยนแปลง กองทุน​น้ำมัน​ยัง​เป็น​บวก ราคา​น้ำมันดีเซล​ยัง​ตรึง​ต่อ​ได้

ส่วน​ใน​อนาคต​ยัง​ไม่​สามารถ​ ตอบ​ได้ เพราะ​ต้อง​ประเมิน​ราคา​ตลาด​โลก​ก่อน แต่​เมื่อ​ถึง​วัน​ที่​ราคา​น้ำมัน​ตลาด​โลก​ลด​ต่ำ​ลง ก็​จะ​เก็บ​เงิน​เข้า​กองทุน เก็บ​ภาษี​สรรพสามิต​เพิ่ม แต่​ถ้า​ราคา​ขึ้น​และ​ชัดเจน​ว่า​ขึ้น​ถาวร​และ​เรา​เอา​ไม่​อยู่​ก็​ต้อง​ ปรับ ส่วน​น้ำมันเบนซิน​ไม่​มี​แผนที่​จะ​ทำ​แบบ​เดียวกัน

นโยบาย​หาเสียง​ใด​ของ​พรรค​คู่แข่ง ที่​ไม่​น่า​จะ​ปฏิบัติ​ได้​จริง

นโยบาย ​พรรค​เพื่อ​ไทย​ที่​ให้​ขึ้น​ค่า​แรง 300 บาท​ทั่ว​ประเทศ​ทันที ทำ​ไม่ได้ ธุรกิจ​จะ​อยู่​ไม่ได้ ขณะ​ที่​ค่า​แรง​ปัจจุบัน​ไม่​เท่า​กัน​ขึ้น​อยู่​กับ​พื้นที่ หาก​ไป​กำหนด​เท่า​กัน​ทั่ว​ประเทศ ก็​จะ​ไม่​มี​การ​ไป​ลงทุน​ใน​ต่าง​จังหวัด

ส่วน​การ​รับ​จำนำ​ข้าว​ ราคา​สูง​ขึ้น​ไป​เรื่อยๆ ก็​ทำ​ไม่ได้ และ​จำนำ​ข้าว​ทุก​เม็ด​ก็​ไม่ได้​เพราะ​ไม่​มี​งบประมาณ​เพียงพอ ขณะ​ที่​โครงการ​แจก​คอมพิวเตอร์​พก​พา​ให้​กับ​เด็ก​นั้น ถ้า​แจก​ทุก​คน ต้อง​ใช้​เงิน​กว่า 100,000 ล้าน​บาท ก็​ต้อง​ตอบ​ให้​ชัด​ว่า​จะ​ยกเลิก​โครงการ​ไหน​เพื่อ​เอา​เงิน​มา​จ่าย​ โครงการ​นี้​แทน ส่วน​นโยบาย​ให้​เงินเดือน​คน​จบ​ปริญญา​ตรี 15,000 บาท​นั้น ก็​ต้อง​ถาม​ว่า​จะ​ทำ​ที่ไหน ถ้า​ไม่​ใช่​ภาค​ราชการ จะ​บังคับ​เอกชน​ได้​อย่างไร โดย​ทั้งหมด​นี้​ต้อง​ใช้​เงิน​เท่า​ไหร่ เพราะ​เห็น​บอก​ว่า​จะ​ลด​ภาษี​และ​ไม่​กู้​เพิ่ม​ด้วย.
ทีมเศรษฐกิจไทยรัฐ

แย่งกันหาเสียง กับ ‘ประชานิยม’ แต่ลืมเศรษฐกิจพอเพียง


เป็นเรื่องน่าแปลกใจที่ว่า “ประชานิยม” หรือ “populist policy” ซึ่งเป็นคำน่ากลัวและอันตรายในหลายๆ แห่งของโลก

  ที่ถูกนักการเมืองนำมาเป็นประเด็นหาเสียง ของพรรคการเมืองในไทยได้อย่างหน้าตาเฉย
 เป็น “ความเพี้ยน” ของประเทศไทย ที่ต้องคอยดูว่าหนังเรื่องนี้ “พระเอกจะตายตอนจบ” อย่างไร
 อีกทั้งพรรคใหญ่สองพรรคต่างก็แข่งกันใช้ความเป็น “ประชานิยม” (แม้จะเรียกต่างกัน) จนไม่มีใครที่ทำงานการเมืองเรื่องเลือกตั้งกล้าหาเสียงด้วยการบอกกล่าวความจริงกับประชาชนว่า “ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ฟรี”
 และเราจะไม่มีทางเห็นนักเลือกตั้งกล้าบอกกับชาวบ้านว่าการยื่นอะไรต่อมิอะไรให้ ดูเหมือนฟรีและง่ายๆ นั้น ความจริงคือการสร้าง “การเสพติด” ที่จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่
 และจะเป็นการสร้าง “วัฒนธรรมแห่งการพึ่งพา” ที่ประชาชนจะต้องคอยแบมือขอนักการเมือง
 การที่นักการเมืองแย่งกันเสนอ “ของฟรี” ให้แก่ชาวบ้าน และหลีกเลี่ยงการที่จะเสนอทางออกให้ประชาชนต้องสร้างความแข็งแกร่งบนพื้นฐาน ของการเรียนรู้การบริหารจัดการด้วยตนเองนั้น คือ การทำลายความเข้มแข็งระดับรากหญ้าอย่างเห็นได้ชัด
 คุณเห็นพรรคการเมืองไหนหาเสียงด้วยนโยบาย “เศรษฐกิจพอเพียง” หรือไม่?
 คุณเห็นนักเลือกตั้งคนไหนกล้าบอกให้ชาวบ้านพึ่งพาตนเอง และสร้างอำนาจต่อรองของตนมากขึ้น แทนที่จะหวังได้รับของแจกของแถมจากนักการเมืองหรือไม่?
 คำตอบคือไม่มี และตราบเท่าที่นักการเมืองของไทยคือนักเลือกตั้ง นี่จะเป็นแนวโน้มต่อไป
 และคำว่า “ประชานิยม” ก็จะกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนแสวงหา แทนที่จะเป็นนโยบายที่ควรจะต้องถูกวิเคราะห์ วิพากษ์และตรวจสอบอย่างที่หลายๆ ประเทศในโลกเจอผลร้ายของมันมาแล้ว
  วันก่อน คุณเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย บอกว่า นโยบายการหาเสียงของพรรคการเมืองขณะนี้ที่เป็น “ประชานิยม” จะส่งผลให้ประชาชนคาดหวังและส่งผลต่อเงินเฟ้อในอนาคต และการใช้จ่ายของรัฐบาลได้
 ขณะเดียวกัน เขาก็คาดว่าการเลือกตั้งของคนไทยเพิ่มขึ้นมากนัก เพราะในช่วงที่ผ่านมา การบริโภคภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องในอัตราที่สูงอยู่แล้ว
 ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่ารายได้เกษตรกรที่ขยายตัวสูงมาก โดยในเดือนนี้ขยายมากถึง 62.9% และรายได้จากการจ้างงานเพิ่มขึ้นจากค่าจ้างที่ดีขึ้น รวมถึงชั่วโมงการทำงานของแรงงานเพิ่มมากขึ้นด้วย
 คุณเมธี บอกว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย กังวลถึงอัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง เพราะว่าในขณะนี้การส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้ายังไม่สิ้นสุด ทำให้โอกาสที่สินค้าจะแพงขึ้นอีกหลายรายการ
 ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะว่าคนที่อาสามาบริหารประเทศ มิอาจแยกออกระหว่างการสร้างความแข็งแกร่งของชุมชนกับสิ่งที่เรียกว่า “สวัสดิการ” สำหรับผู้ด้อยโอกาส
 เมื่อเขาเห็นว่าชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ของการเลือกตั้งอยู่บนพื้นฐานของ “หนึ่งคนหนึ่งเสียง” วิธีการทำงานของพวกเขา ก็คือ การสร้างความนิยมด้วยการยื่นข้าวของให้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องคิด ไม่ต้องอ่าน
 ขณะเดียวกัน พวกเขาก็ไม่ยอมทำอะไรจริงจังเกี่ยวกับการลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน คนเมืองกับคนชนบท อย่างเป็นกิจจะลักษณะ
 เพราะไม่ว่านักการเมืองที่ได้อำนาจทางการเมืองมา จะเสนออะไรให้แก่คนชนบท ก็ไม่มีวันที่จะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของสังคมได้ ตราบที่ยังขาดความกล้าหาญที่จะทำให้คนร่ำรวยต้องเสียสละมากกว่านี้
 และสร้างอำนาจต่อรองของคนด้อยโอกาส ด้วยการกระจายอำนาจการตัดสินใจอย่างแท้จริง มิใช่ทำสิ่งที่มักง่าย แต่ไม่ยอมให้โอกาสสร้างกลไกสังคมที่จะยกระดับของตนให้ เพื่อลดช่องว่างของสังคมอย่างจริงจัง



กาแฟดำ

เหตุผลที่ต้อง โหวตโน ( รอบที่เท่าไหร่แล้ว )




      ที่เราต้องโหวตโนเพราะ ปัญหาการเมืองไทยเราอยู่ที่ระบบ ไม่ใช่อยู่ที่คน เราจึงต้องแก้ที่ระบบ เพราะระบบที่เราใช้ตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบันไร้ซึ่งคุณภาพ  ระบบไม่สามารถคุมคนในระบบให้ทำตามกรอบ กฎระเบียบ ได้ เพราะ ไร้ซึ่งการตรวจสอบ จึงทำให้นักการเมืองกล้าที่จะทุจริต คอรัปชั่น เราจึงต้องต่อต้านระบบเดิมเพราะเราไม่เอาระบบนี้ครับ ถ้าแบบที่ แม่ยก พ่อยก พรรคต่างๆ มายกเหตุผลให้เลือกพรรคตน นั้น คือการเปลี่ยนคน แต่ยังอยู่ใน ระบบเดิมซึ่ง ไม่มีทางที่จะหมดปัญหา ยิ่งทำให้พรรคการเมืองต่างๆ ใช้การยอมรับในตัวระบบเดิม เป็นข้ออ้างในการเข้าสู่ตำแหน่ง อย่างชอบธรรม โดยอ้างว่า ประชาชนเลือกเข้ามา ฉะนั้น การแสดงออกด้วยการโหวตโนจึงเป็นการเริ่มต้นของการต่อต้านระบบ คือ ให้รับรู้ว่า พวกเราไม่เอาระบบนี้ ไม่เอาการเมืองแบบเดิม ต้องการเปลี่ยนแปลง ต้องการที่จะปฎิรูปประเทศ โหวตโนจึงเป็นการเริ่มต้นที่ดี แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นว่าประชาชนจำนวนนี้รับรู้ปัญหา แต่ยังไม่ใช่การแก้ปัญหา การแก้ปัญหาคือการวางระบบใหม่ด้วยระบบที่ดี ที่หลายๆชาตินำไปใช้แล้วประสบความสำเร็จจนทุกวันนี้ ซึ่ง ในประเทศเรามีผู้รู้จักระบบนี้ดี มากมาย จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการแก้ปัญหา

ส่วนเหตุผลหลักๆที่พ่อยก แม่ยก นำมาใช้ที่สำคัญๆเลย คือ การไม่มีกฎหมายยอมรับ ของโหวตโนไว้ เลยคิดว่า โหวตโน ไม่ใช่ทางออกนั้น ก็อยากจะขอแย้งว่า ก็เพราะ ปัญหาทั้งหมดอยู่ที่ระบบ ระบบเป็นตัวควบคุมทำให้คนที่อยู่ใต้ระบบให้ปฏิบัติตามกฎหมาย แล้วเราไม่เอาระบบ ทำไมต้องอาศัยกรอบของกฎหมายจากระบบเดิม ประเด็นไม่มีกฎหมายรองรับนี้ เป้นการหลงกลบรรดานักการเมืองที่ต้องการรักษาอำนาจอย่างเต็มที่ อยากให้สังเกตุกันอย่างนึง คือ บรรดานักการเมืองปัจจุบัน จะไม่มีการพูดถึงความถูกต้อง แต่จะใช้คำว่า ต้องทำให้เป็นไปตามระบบ ให้ระบบเดินหน้าไปได้ ก็อยากขอให้ประชชาชนอย่างพวกเรา คิดตรงนี้กันมากๆ ว่า ตกลงแล้ว เราควรยึดความถูกต้อง หรือ ควรจะเดินตามระบบที่ไม่ถูกต้อง ถ้าตามความจริงที่ว่า เราควรยึดความถูกต้องแล้ว เราก็จะเข้าใจคำว่า ความชอบธรรมในการเมือง ซึ่ง ความชอบธรรมทางการเมืองนี่แหละคือ คำตอบสำหรับคำถามที่ว่า โหวตโนไม่มีกฎหมายรองรับ จะแก้ปัญหาได้อย่างไร
รีโมท ซื้อ รีโมท จากผู้ค้าส่งโดยตรง ที่มีหน้าร้านจริง ที่ บ้านหม้อ และ คลองถม ราคาถูกกว่าใคร ปลอดภัย มีรับประกัน

คนไทยกู้แผ่นดิน บนเฟชบุ๊ค

บทความย้อนหลัง