บล็อกนี้เป็นเพียงช่องทางรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากที่ต่างๆ ผู้จัดทำไม่ได้มีเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารหรือต้องการให้ร้าย องกรณ์ หน่วยงานและบุคคลใดๆทั้งสิ้น+++++ หากบทความใดผิดพลาดหรือกระทบต่อ องกรณ์ หน่วยงาน หรือบุคคลใด ผู้จัดทำก็กราบขออภัยไว้ล่วงหน้า +++++ ผู้อ่านท่านใดมีข้อมูลหักล้าง ชี้แนะ หรือมีความเห็นใดๆเพิ่มเติมก็ขอความกรุณาแสดงความเห็นเพื่อให้เป็นความรู้สำหรับผู้อ่านท่านต่อๆไปได้ตามแต่จะเห็นสมควร ------------- ขอขอบคุณเจ้าของบทความทุกๆท่านมา ณ. ที่นี้ด้วยครับ *******ช.ช้าง *******

วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2554

บิ๊กจิ๋วปลุกคนอีสานตื่น 'แดง'เดินแนวทางที่ผิด!












         บิ๊กจิ๋วปลุกคนอีสานตื่น 'แดง'เดินแนวทางที่ผิด! โจมตีเบื้องสูง-อำมาตย์ เชื่อสุดท้ายโดนทำลาย


"บิ๊ก จิ๋ว" ปลุกคนอีสานรับรู้ความจริง เผยเหตุต้องทิ้ง "พท." พรรคของคนเสื้อแดง เพราะกำลังเดินไปในแนวทางที่ผิด มีการโจมตีอำมาตย์-โจมตีเบื้องสูง-โจมตีกองทัพ-โจมตีหน่วยราชการ เชื่อสุดท้ายขบวนการเสื้อแดงจะถูกทำลาย เพราะกำหนดศัตรูไว้ใหญ่ แต่ตัวเองเล็กลง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตประธานพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ลงพื้นที่ช่วยนายไชยยงค์ รัตนวัน ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 8 พรรคความหวังใหม่ หาเสียงเลือกตั้ง ที่ศาลาการเปรียญวัดเขวาน้อย ต.ยางชุมน้อย อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ พร้อมกับการบรรยายพิเศษเรื่อง “การพัฒนาด้านการเกษตร ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง” โดยมีประชาชนในเขต อ.ยางชุมน้อย มารับฟังการบรรยายเป็นจำนวนมาก

พล.อ.ชวลิต กล่าวตอนหนึ่งว่า สังคมไทยทุกวันนี้มีแต่การทะเลาะเบาะแว้งกัน มีความขัดแย้งทางสังคมมาโดยตลอดเวลา แต่ได้แก้ไขกันมา ครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 10-20 ปีที่ผ่านมา ความขัดแย้งในสังคมไทยขึ้นสู่จุดสูงสุด มีพี่น้องคนไทยส่วนหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนอีสาน ซึ่งเป็นคนที่สัตย์ซื่อ เป็นคนที่มีความจริงใจ เป็นคนที่เสียสละ และเป็นคนที่มีความรู้สึกที่ไวต่อความอยุติธรรมในสังคมมากที่สุด

“ถ้า สังเกตดู ในอดีตที่ผ่านมา หากว่ายังมีเหตุการณ์ที่มีความขัดแย้งกับผู้ปกครองในบ้านเมืองทีไร ผู้ปกครองเป็นผู้ที่ประพฤติไม่ถูกต้อง ผู้ปกครองไม่สามารถสร้างความสุขให้กับพ่อแม่พี่น้องได้ ผู้ปกครองมีการคอรัปชั่น ทำให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง คนอีสานจะเป็นคนกลุ่มแรกที่ลุกขึ้นมาสู้กับความอยุติธรรมมาตลอด ครั้งสุดท้ายลุกขึ้นมาและหนีเข้าไปในป่า จับปืนขึ้นต่อสู้มากว่า 20 ปี”พล.อ.ชวลิตกล่าว

พล.อ.ชวลิต กล่าวต่อว่า ที่ต้องพูดเรื่องนี้ เพื่อที่จะให้พ่อแม่พี่น้องรู้สึก และคนทั้งแผ่นดินนี้ให้รู้สึกว่าเขาเป็นคนอีสานบ้านเรา คนอีสานเป็นกลุ่มเดียวที่มีความไว และมีปฏิกิริยาต่อต้านการปกครองที่ไม่เป็นธรรม เป็นการต่อต้านการปกครองที่ไม่ได้เอื้ออาทรให้กับคนส่วนใหญ่ ตนใช้เวลามา 4 ปีเต็มๆ ที่ขึ้นมารับผิดชอบด้านนี้ เป็นผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อเข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้ง ตนคิดว่าแก้ปัญหาได้สำเร็จแล้ว เอาความสันติสุข เอาความสงบสุขมาแผ่นดินนี้

อดีต ประธานพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นึกไม่ถึงว่าในวันนี้ความขัดแย้งจะเกิดขึ้นในแผ่นดินนี้อีก และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในวันนี้ หนักหนาสาหัสมากกว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเมื่อ 10-20 ปีก่อน เมื่อก่อนนั้นยังเป็นความขัดแย้งของกลุ่มคนบางกลุ่ม บางคน แต่วันนี้ความขัดแย้งในสังคมไทยเข้าไปถึงบ้าน ครัวเรือน พี่กับน้อง พ่อกับแม่ สามีกับภรรยา ทะเลาะกัน คนนี้สนับสนุนเสื้อสีหนึ่ง คนนั้นสนับสนุนเสื้ออีกสีหนึ่ง มีการทะเลาะกัน มีความขัดแย้งกันมาโดยตลอด นี่คือความเจ็บปวดที่ตนจำเป็นต้องกลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเข้าไปแก้ปัญหานี้ให้จงได้

“เมื่อผมกลับเข้ามา ก็ได้ถามพ่อแม่พี่น้องว่าจะให้ไปอยู่กับพรรคการเมืองไหนเพื่อมาแก้ไขปัญหา ทุกคนชี้ไปที่เดียวเลยคือพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า เป็นกลุ่มคนเสื้อแดง ที่มีความปรารถนาจะไปแก้ปัญหาในเรื่องการเมืองการปกครองที่ไม่เป็นธรรม กลุ่มคนเสื้อแดงนี้จะต้องเติบโตขึ้นทุกวัน ซึ่งการเติบโตของกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นสิ่งที่ผมต้องให้การดูแล เพราะรู้ดีว่าการเติบโตของกลุ่มคนเสื้อแดงเติบโตแล้วเดินไปในแนวทางที่ผิด จะเกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง การเปลี่ยนแปลงของสังคมมีแน่นอน”อดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้ระบุ

พล.อ.ชวลิต กล่าวต่อว่า สรรพสิ่งในโลกนี้ ไม่มีสิ่งใดที่จะอยู่คงที่ ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ตนได้บอกไปหลายที่ว่า สังคมไทยต้องการการเปลี่ยนแปลงแน่นอนที่สุด แต่ต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยสันติวิธี ต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ที่ดี แต่ต้องรักษาสถาบันที่เราเคารพบูชาไว้ เพราะเป็นสถาบันที่มีพระมหากรุณาธิคุณต่อบ้านเมืองมาโดยตลอด นี่คือสิ่งที่ตนเข้าไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย หรือพรรคเสื้อแดง เพราะพี่น้องประชาชนเป็นผู้ชี้ให้ตนเข้าไปอยู่

"ผมเข้าไปเพื่อนำ ความคิดไปชี้นำความคิด ไปพยายามทำให้เขาเติบใหญ่ พยายามทำให้เขาเข้าใจในเรื่องมหาชนหรือปวงชน มีความสำคัญสูงสุดต่อการพัฒนาชาติบ้านเมืองอย่างไร ผมทำได้สำเร็จ ทำสำเร็จไปได้ปีกว่า แต่มามีปัญหาตอนหลังนิดหน่อย ปัญหาที่ผมต้องออกมาจากสีแดง ไม่ได้ออกมาเพราะความขัดแย้ง แต่ออกมาเพราะต้องการรักษาบุคคลเสื้อแดงซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนรักสันติ เป็นคนที่ต้องการสันติ เป็นคนที่ต้องการแต่เพียงเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมืองไปสู่การ เมืองของประชาชน ไปสู่การเมืองที่ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดินนี้ ไปสู่การเมืองที่ไม่มีความอยุติธรรม มีความถูกต้อง มาตรฐานเดียว ไม่ใช่สองมาตรฐาน นั่นคือสิ่งที่ผมออกมาเพื่อรักษาสิ่งนี้ เพราะเริ่มมีการเข้าไปโจมตีอะไรต่ออะไรเยอะแยะไปหมด เช่น โจมตีทหาร โจมตีกองทัพ โจมตีหน่วยงานราชการบางหน่วย โจมตีอำมาตย์ และโจมตีไปถึงข้างบนอีกด้วย"พล.อ.ชวลิตกล่าวและว่า การที่เราจะไปเติบโต การเติบโตนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องมีเพื่อน หลักการก็มีอยู่ว่า ระหว่างการสร้างความเติบโตไปสู่ความสำเร็จ ต้องให้ตัวเราหรือขบวนการพวกเรา โดยเฉพาะประชาชนใหญ่ที่สุด แล้วกำหนดศัตรูให้เล็กที่สุด แต่ตรงนี้กำหนดศัตรูให้ใหญ่ที่สุด แต่ตัวเราเล็กลง ซึ่งกลุ่มเสื้อแดงจะถูกทำลายแน่นอน


/thaiinsider

จับมือแจกซีดีโจมตี"แม้ว"-อ้างรับจากสนง.ลูกบัญญัติ





หนังสือพิมพ์ข่าวสดรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาที่จับได้ คือนายสมชาย พุทธรักษา อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 41 หมู่ 11 ต.ท่ายาง อ.เมือง จ.ชุมพร นายวิทยา สินลา อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 183 หมู่ 3 ต.หนองหญ้าปล้อง อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างประจำวินสวนพฤกษ์ ถนนแฮปปี้แลนด์ หลังพบว่า ทั้งคู่ได้แจกจ่ายแผ่นซีดี “ทักษิณคิด ประเทศไทยหายนะ” และแผ่นซีดี “เผาบ้านเผาเมือง 19 พ.ค.” ให้ประชาชนในย่านแขวงคลองกุ่ม แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ ซึ่งทีมงานของผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้นำตัวทั้งสองมาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสอบสวนในการกระทำดังกล่าว จะเข้าข่ายการกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง โดยเจ้าหน้าที่ให้ทั้งคู่ลงชื่อในใบบันทึกสมัครใจให้นำเข้าตรวจค้นห้องพัก ก่อนนำไปค้นห้องพักของนายสมชาย ซึ่งพักในอพาร์ตเมนต์ ซอยนวมินทร์ 14 แยก 29 (ซอยการ์เดน57) แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ จากการตรวจค้นพบแผ่นซีดี บรรจุอยู่ในกล่องกระดาษ 2 กล่องจำนวน 1,500 แผ่น

นายภักดีหาญส์กล่าวว่า ตนได้รับทราบเรื่องจากทีมงานในพื้นที่ว่า มีกลุ่มจยย.รับจ้าง นำแผ่นซีดีดังกล่าวมาแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่เขตบางกะปิ จึงให้ทีมงานนำตัวมาส่งเจ้าหน้าที่ โดยค้นในที่เก็บของรถ จยย.พบแผ่นซีดี จำนวน 473 แผ่น ซึ่งเบื้องต้นตนเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของพรรคคู่แข่งฝ่ายตรงข้าม มุ่งหวังผลคะแนนและทำลายชื่อเสียงพรรคเพื่อไทย ซึ่งก่อนหน้านี้คู่แข่งและนายตำรวจ ยศ พ.ต.อ. คนหนึ่งได้เดินทางมาพบตนที่บ้านพัก เพื่อตกลงว่าจะหาเสียงกันอย่างโปร่งใส และไม่ใช้ความรุนแรงและเป็นไปตามกติกาการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แต่ก็มาเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น ซึ่งขณะนี้กำลังปรึกษากับทางพรรคเพื่อไทยว่าจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างไรต่อ ไป

เบื้องต้นผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คน ให้การว่าได้รับการว่าจ้างให้ไปรับแผ่นซีดี ที่ที่ทำการพรรคคู่แข่งแห่งหนึ่งในวันที่ 12 มิ.ย. เพื่อนำมาแจกจ่ายให้ประชาชนในเขตบางกะปิ โดยจะได้รับค่าจ้างวันละ 1,500 บาท หลังจากเลิกงานก็จะมีคนนำเงินมาให้ และหลังจากการเลือกตั้งเสร็จ จะให้เงินอีก 15,000 บาท เจ้าหน้าที่สืบสวนควบคุมตัวทั้งคู่นำส่ง พ.ต.ท.กฤติเดช วิรัชกิจ รองผกก. สส.สน.ลาดพร้าวรับเรื่องไว้ ก่อนเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ปากคำเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เวลา 15.30 น. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย กทม. เดินทางมาที่ สน.ลาดพร้าว พร้อมกล่าวว่าได้มีผู้ไม่หวังดีได้นำแผ่นซีดีโจมตีพรรคเพื่อไทย ออกมาแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ทั้งในกทม.และต่างจังหวัด ซี่งเรื่องดังกล่าวตนได้แจ้งให้ทางกกต.ได้ทราบแล้ว และอยู่ในระหว่างดำเนินการ ซึ่งในเรื่องดังกล่าว น่าจะเป็นการหวังผลในเรื่องคะแนนของพรรคคู่แข่ง ซึ่งทางพรรคจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด

เวลา 19.10 น. พนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว พร้อมนายวิชาญ นำตัวผู้ต้องหาทั้งคู่ไปชี้จุดที่รับซีดีดังกล่าว โดยผู้ต้องหาพาไปยังศูนย์ประสานงานของพรรคประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้ง 15 ของนายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ผู้ต้องหาทั้งคู่สารภาพว่า เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. มีคนจากศูนย์ประสานงานดังกล่าวมาติดต่อว่าจะไปแจกซีดี หรือไม่ มีค่าจ้าง 1,500 บาท วันรุ่งขึ้นจึงไปรับซีดีไปแจก โดยมีผู้หญิง 4 คน ชาย 1 คน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในศูนย์นำซีดีดังกล่าวมาให้ โดยรับมาทั้งหมดคนละ 3 กล่อง กล่องละ 500 แผ่น สังเกตเห็นภายในศูนย์ดังกล่าวยังมีกล่องซีดีอยู่อีกประมาณ 30 กล่อง จึงนำไปแจกละแวกแขวงคลองจั่น แต่ยังไม่หมดก็มาถูกจับเสียก่อน

ด้านนายวิชาญ กล่าวว่า ขณะนี้มีหลักฐานแน่นหนาแล้วว่า ซีดีดังกล่าวมีแหล่งที่มาจากไหน จากนี้คณะทำงานจะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งให้กกต. พิจารณา เพื่อเอาผิดผู้กระทำ ส่วนเรื่องคดีความปล่อยเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนดำเนินการ ในส่วนของพรรคจะจัดแถลงข่าวในเรื่องที่เกิดขึ้นในวันที่ 19 มิ.ย. ณ ที่ทำการพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนสน.ลาดพร้าว ได้แจ้งข้อหากระทำความผิด ตามพ.ร.บ.เลือกตั้ง

ใช้กลไกรัฐโต้งๆพันตำรวจเอกช่วยลูกบัญญัติเต็มตัว

นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ ผู้สมัครส.ส.เขต 15 กทม. พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวพฤติกรรมของนายตำรวจยศ “พ.ต.อ.”นายหนึ่ง ระบุมีพฤติกรรมน่าสงสัยไม่เป็นกลาง พร้อมนำภาพวิดีโอภาพถ่ายหน้าสำนักงานผู้สมัครพรรคการเมืองหนึ่ง ที่มีพ.ต.อ.คนดังกล่าวเดินเข้าไปในสำนักงานพรรคว่าวิดีโอสามารถบันทึกภาพของ นายตำรวจคนดังกล่าวไ​ว้ได้อย่างชัดเจน ภายในสำนักงาน มีผู้ สมัครส.ส.พรรคการเมืองดังกล่าว รวมทั้งส.ก. และส.ข.พรรคอยู่ด้วย และก่อนที่นายตำรวจคนดังกล่าวจะขึ้นรถได้กลับเข้าไปยังสำนักงานอีกครั้ง และถือกระเป๋าใบหนึ่งออกมาด้วย พร้อมขับรถตามรถยนต์ส่วนตัวของผู้สมัครส.ส.ออกไป

นายภักดีหาญส์ กล่าวว่า ตนจะส่งภาพวิดีโอดังกล่าวไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ตรวจสอบว่านายตำรวจคนดังกล่าวเป็นใคร สังกัดหน่วยใด จึงจะร้องเรียนไปยังผู้บังคับบัญชาของนายตำรวจคนนั้น เพื่อให้พักงาน จนกว่าการเลือกตั้งจะเสร็จสิ้น พร้อมทั้งสอบสวนการวางตัวไม่เป็นกลางด้วย

มาร์คมั่นเหยียบกองเลือดราชประสงค์หาเสียง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงถึงการจัดเวทีปราศรัยหาเสียงบริเวณแยกราชประสงค์ในวันที่ 23 มิ.ย.นี้ ว่า ตั้งใจจะพูดถึงเหตุการณ์บ้านเมืองและนโยบายสร้างความปรองดอง ซึ่งบริเวณราชประสงค์เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ หลายปีก่อน จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนไปร่วมรับฟังว่าพรรคประชาธิปัตย์จะดับไฟประเทศนี้ อย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่าการจัดเวทีปราศรัยบริเวณแยกราชประสงค์ อาจถูกนำไปโจมตีว่านำเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองมาเป็น ประเด็นในการหาเสียง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ว่าตนทำอะไรก็ถูกหยิบยกไปโจมตีอยู่แล้ว เขียนความจริงในเฟซบุ๊คส่วนตัวก็ถูกโจมตีใส่ร้ายมาตลอด พยายามจะปิดเฟซบุ๊ค

เทือกเตรียมพร้อมเต็มที่หวังกระแสคนกรุงตีกลับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปราศรัยใหญ่ที่แยกราชประสงค์ในวันที่ 23 มิ.ย. ของนายอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่า เป็นเรื่องที่จะต้องพูดจากับประชาชน เพราะเราถูกถามมาก เพราะมีสื่อบางสื่อว่าไปในทิศทางเดียว กับกลุ่มคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย กล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ กรณีผู้เสียชีวิต กรณีแก้ไขสถานการณ์ที่มาเผาบ้าน เผาเมืองกัน ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ชี้แจง ก็อาจจะทำให้คนเข้าใจได้ ฉะนั้นในการปราศรัยในวันที่ 23 มิ.ย.บริเวณเซ็นทรัลเวิลด์ ตนจะรับหน้าที่ชี้แจงข้อเท็จจริง คงจะมีการฉายภาพ คือ จะเห็นกันให้ชัด ๆ จะได้จำได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเปิดเวทีปราศรัยในวันที่ 23 มิ.ย.หวั่นหรือไม่ว่าจะทำให้โค้งสุดท้ายในการหาเสียงมีความรุนแรงมากยิ่ง ขึ้น นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ล่ะครับ เรื่องการพูดความจริงเป็นเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องพูด พรรคประชาธิปัตย์จะไปยอมสยบกับการข่มขู่การคุกคามของพรรคเพื่อไทย และบรรดากระบวนการของพรรคเพื่อไทยไม่ได้ เราต้องทำหน้าที่ของเรา

เมื่อถามว่า คนเสื้อแดงอาจอ้างการที่พรรคปราศรัยเป็นการยั่วยุ หรือเรื่องเดิม ๆ มาตอกย้ำนายสุเทพ กล่าว่า ไม่ตอกย้ำ เอาความจริงมากราบเรียนให้พี่น้องประชาชนได้ทราบ เพราะว่าพรรคเพื่อไทยและบรรดาสมุนลิ่วล้อ รวมทั้งที่เป็นสื่อรุมและหาเรื่องพรรคประชาธิปัตย์ และนายกรัฐมนตรีตลอดว่าสั่งฆ่าประชาชน จึงจำเป็นต้องชี้แจง

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงเรื่องมือที่สามหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่หวั่นเรื่องมือที่ 3 มือที่ 4 มีแค่มือเดียว มือของพวกเสื้อแดง ของเพื่อไทยที่เขาเล่นงานตนอยู่ทุกวัน อย่างเมื่อวาน ( 18 มิ.ย.) ตนไปหาเสียงพื้นที่ฝั่งธนบุรี ก็มีคนตามหาเรื่องตน มากระโดดถีบกองเชียร์ตนก็มี
*******



รีโมท ซื้อ รีโมท จากผู้ค้าส่งโดยตรง ที่มีหน้าร้านจริง ที่ บ้านหม้อ และ คลองถม ราคาถูกกว่าใคร ปลอดภัย มีรับประกัน

คนไทยกู้แผ่นดิน บนเฟชบุ๊ค