บล็อกนี้เป็นเพียงช่องทางรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากที่ต่างๆ ผู้จัดทำไม่ได้มีเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารหรือต้องการให้ร้าย องกรณ์ หน่วยงานและบุคคลใดๆทั้งสิ้น+++++ หากบทความใดผิดพลาดหรือกระทบต่อ องกรณ์ หน่วยงาน หรือบุคคลใด ผู้จัดทำก็กราบขออภัยไว้ล่วงหน้า +++++ ผู้อ่านท่านใดมีข้อมูลหักล้าง ชี้แนะ หรือมีความเห็นใดๆเพิ่มเติมก็ขอความกรุณาแสดงความเห็นเพื่อให้เป็นความรู้สำหรับผู้อ่านท่านต่อๆไปได้ตามแต่จะเห็นสมควร ------------- ขอขอบคุณเจ้าของบทความทุกๆท่านมา ณ. ที่นี้ด้วยครับ *******ช.ช้าง *******

วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

อยากเตือนผู้ที่โดนมอมเมาจนเข้าใจในหลวงผิดๆแล้วคันไม้คันมือ

อยากเตือนกันซักหน่อย สำหรับผู้ที่ในใจไม่เคารพในหลวงครับ ผมได้อ่านข่าวอากงที่ถูกตัดสินจำคุก 20ปี จากข้อหาส่ง sms หมิ่นในหลวงแล้วผมก็อดห่วง ท่านที่มันส์มือ ทั้งโพสทั้งคอมเม้นสนับสนุน มากๆครับ พยายามดูกรณีอากงเป็นตัวอย่างนะครับ แล้วลองคิดตามผมดูครับ

ท่านคิดว่าคดี หมิ่นในหลวงกับโทษ 20 ปี มันเหมาะสมที่จะโดนมั้ยครับ สำหรับผม ไม่เลยครับ แต่ตามผมมาครับ จะได้แค้นแทนอากงไม่ผิดคน ตอนนี้ที่สำคัญเลยคือ ท่านทั้งหลายอย่าไปคิด อย่าไปหลงเชื่อ ผู้มอมเมา ผู้จ้างวาน ผู้ปลุกปั่นให้ท่านโพส หรือ คอมเม้นสนับสนุนอย่างเด็ดขาดครับ ถึงแม้ใจท่านจะโดนมอมเมาจนเข้าใจในหลวงผิดๆไปจนยากจะเยียวยาแล้วก็ตาม โปรดนิ่งไว้ครับ อย่าเพิ่งเหิมเกริมนัก หากท่านไม่ได้มีนามสกุลเดียวกับอำมาตย์ใหม่ทั้งหลายครับ

ผมอยากให้ดูกรณีอากงเป็นตัวอย่างครับ ผมไม่รู้รายละเอียดของสำนวน หลักฐานอะไรในคดีนี้นะครับ ผมจึงขอไม่ออกความเห็นว่า อากง ทำจริงหรือป่าว? แต่ที่แน่ๆคือ อากงกลายเป็นเครื่องมือของพวกเดียวกันเองเป็นที่เรียบร้อยครับ แล้วอย่าหวังว่าจะมีใครซักคนมาช่วยนะครับ อันนั้นรอฝันในคุกเอาครับ ผมมองแบบมีความรู้ทางการตลาดติดตัวบ้างนะครับ เหตุผลที่เป็นเช่นนี้เพราะ

กรณีนี้ ใครจะเอาตัวเองมาเสียครับ ออกมาช่วยก็เท่ากับว่าแสดงตัวต่อต้านในหลวงชัดเจน แล้วจะตกเป็นเป้าของผู้ที่รักในหลวงที่มีมาก มากกว่ากลุ่มต่อต้านแน่นอนครับ ใครจะออกมาเผชิญหน้ากันตรงๆครับ ไม่มีทาง คนพวกนี้ชอบแทงข้างหลัง ชอบแอบแทงมากว่าจะเผชิญหน้าสู้ครับ เพราะจนถึงตอนนี้ ใครเคยเห็นหน้าคนที่พูดว่า กุเนี่ยจะสู้กับในหลวงบ้างครับ ที่เห็นหน้ามีแต่อะไร พูดกำกวม พอเจอจี้หนักๆบอก ป่าว ปฏิเสธกันแบบไม่อายตัวเองกันเลย ขนาดคนระดับนั้นยังกลัว ท่านก็อย่าไปตกเป็นเครื่องมือ ออกมาแสดงแทนละกันครับ เดี๋ยวงานเข้า เค้าก็บอกไม่รู้จักท่านแน่นอน

ช่วยท่านมีแต่เสียกับเสีย ไม่ช่วยท่านนี้ ไม่เสียแถมได้เต็มๆครับ ก็แหม เอาท่านเข้าคุก จัดให้หนัก เอาแบบ ติดลืมไปเลยยิ่งดี เพราะเค้าไม่ได้เดือดร้อนไปกับท่านครับ แต่ที่ได้คือ ความเครียดแค้นของพวกๆท่านนี่ล่ะครับ เดี๋ยวตามเว็บที่พวกท่านตามข่าว ตามสื่อต่างๆที่พวกท่านติดตาม ก็จัดเต็มให้อ่านแล้วครับ ไม่เป็นธรรมบ้างล่ะ เพราะมาตรา 112 บ้างล่ะ พวกท่านก็ ยอมไม่ได้ แค้นแทน เอาเป็นเอาตาย แล้วเดี๋ยวก็ได้ตายแทนพวกมันจริงล่ะครับ แหม จัดอากงหนักๆไปคนเดียว ได้แรงเครียดแค้นมาสนับสนุนเพิ่มอีกไม่รู้เท่าไร่ จะไปช่วยทำไมล่ะครับ ซ้ำให้หนักอย่างเดียว คุ้มกว่ากันเยอะ

ฉะนั้น จะไปโพส หรือ คอมเม้นสนับสนุน ตามแฟนเพจเฟชบุ๊คตามเว็บหมิ่นต่างๆ คิดให้จงหนักเข้าไว้นะครับวันดีคืนดีพวกอยากสร้างกระแส หวยมาออกที่ท่าน รู้สึกตัวตอนนั้นก็สายไปแล้วนะครับ ออกมาเตือนใครก็ไม่ได้ รับกรรมเพราะความโง่เขลาของตัวเองไปเงียบๆคนเดียวล่ะครับ แล้วอย่าตัดพ้อว่า ไม่มีใครเตือนนะครับ เพราะคนที่ออกมาเตือนอย่างผมทำได้ก็เพียง รอสมน้ำหน้าอย่างเดียวครับ

เชื่อไม่เชื่อผมแล้วแต่ครับ ผมทำได้ก็เพียงเท่านี้ ทำอะไรก็คิดถึงคนข้างหลังเยอะๆก็แล้วกันครับ หวยไปออกที่ใครก็สุดแล้วแต่เวรแต่กรรมละกันครับ




เป็นห่วงจากใจจริงๆครับ / ช.ช้าง




                    เปิดประเด็นและทำการรุก ไล่หนักข้อมากยิ่งขึ้น สำหรับคดีที่เรียกกันจนติดปากว่า อากง หลังจากศาลมีคำพิพากษาจำคุก 20 ปี ฐานส่งข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพผ่านโทรศัพท์มือถือถึง 4 ครั้ง

                    จากการรณรงค์ปกติธรรมดาทั่วไป กลายเป็นการแก้ผ้าเขียนข้อความลงบนร่างกาย และล่าสุดกับปรากฎการณ์ฝ่ามือปล่อยอากง ซึ่งเป็นการสื่อสารเพื่อให้เห็นถึงความเชื่อมโยงว่าคดีอากงมีความเกี่ยวข้อง ไปถึงคนในชาติ ในแง่ของตัวบทกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่าเป็นปัญหาสำหรับคดีนี้

                     นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊คส่วนตัวอีกครั้งหนึ่งว่ารณรงค์ เรื่องอากง ต่อไป ขยายให้มากขึ้นอีก รณรงค์ เรื่องคุณสมยศ  สุรชัย  และคนอื่นๆ  แต่ผมอยากเสนอว่า จากนี้ ต้องหาทางที่เป็นจริง มากที่สุด ในการช่วยคนเหล่านี้ ให้ออกมาได้จริงๆ

                    "เท่าที่ผมคิดออก รูปธรรมที่สุด คือ ผมคิดว่า ต้องเรียกร้องให้ ส.ส.รัฐบาล ผลักดัน กฎหมายนิรโทษกรรม สำหรับผู้ต้องโทษจากความขัดแย้งทางการเมืองหลัง 19 กันยา พูดอย่างเป็นรูปธรรม อย่างกรณีอากง ตอนนี้ อากง ตัดสินใจอุทธรณ์ คือเข้าสู่กระบวนการศาลอีกขั้นหนึ่ง ต่อให้ จับพลัดจับผลู อากง ได้ประกัน แต่ว่า ตราบเท่าที่คดีติดอยู่ ยิ่งถ้ายังอยู่ในคุก การเรียกร้อง "ปล่อย อากง" คงทำไม่ได้ คือ จู่ๆ จะมีการปล่อย เฉยๆ หรือ หยุดคดี คงไม่ได้ ยกเว้นเสียแต่จะต้องมีกฎหมายนิรโทษกรรม อย่างที่ว่า พูดง่ายๆคือ การ "ปล่อย" ที่เป็นไปได้จริงๆ คือ ปล่อย ด้วยกฎหมายนิรโทษกรรม อันนี้ ความจริง รวมถึงคดีเสื้อแดงอื่นๆ พวกที่โดนตัดสิน 30 ปีไปแล้ว เป็นต้น"

                    แน่นอนว่าประเด็นข้อเสนอเชิงเรียกร้องของนายสมศักดิ์แสดงให้เห็นว่าอากงไม่ ได้กระทำความผิดและรวมไปถึงนักโทษคดีม.112 คนอื่นๆ ว่าจะต้องถูกปล่อยด้วยการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ยิ่งไปกว่านั้นม.112 ต้องถูกแก้ไขหรือบกเลิกตามไปด้วย

                  ขณะที่ อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกว่าถ้าท่านไม่เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา ท่านก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาถ้าท่านต้องการรักษา สถาบันฯ และสันติสุข  เพื่อชาติ และราษฎรไทย  ท่านต้องปฏิรูป กม. หมิ่นฯ ม. 112 

                 นี่คือปรากฏการณ์ตัวอย่างที่เกิดขึ้น หลังจากศาลมีคำตัดสินคดีอากง หรือว่าอีกนัยยะหนึ่งก็จะสามารถพูดได้หรือว่าไม่อากงวัย61 ปี ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อการฟาดฟันทางการเมืองไปสู่เป้าหมายที่คนเหล่านี้ต้องการก็คือการแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112

                  การเชื่อมโยงคดีของอากงไปถึงมาตรา 112 ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของนักวิชาการเหล่านี้ ว่าต้องการใช้คดีนี้เป็นสะพานเพื่อนำไปสู่การยกเลิกมาตรา 112 ทั้งๆที่ควรจะต้องแยกแยะออกเป็นคะละกรณีกัน

                  ทั้งนี้หากพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน คำถามที่ต้องถามกันให้รอบคอบก็คือ อากงกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาหรือไม่เพราะในสารบบของคำฟ้องจะสังเกตเห็นได้ ว่า จำเลยมีลักษณะการกระทำความผิดที่ซ้ำซาก ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงเจตนาที่จงใจ หรือตั้งใจมากกว่าการพลั้งเผลอ หรือกระทำไปด้วยอารมณ์เพียงอย่างเดียว

                  สาระบบคำฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 9 10 และ 22 พฤษภาคม 2553  เวลากลางวัน จำเลยใช้โทรศัพท์มือถือ พิมพ์ข้อความอันเป็นการจาบจ้วง ดูหมิ่นพระเกียรติยศด้วยถ้อยคำหยาบคายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และหมิ่นประมาทใส่ความให้ร้ายสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ แล้วจำเลยได้ส่งข้อความดังกล่าวไปยังโทรศัพท์มือถือ ของนายสมเกียรติ  ครองวัฒนสุข  ขณะดำรงตำแหน่งเลขานุการส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน  ซึ่งเป็นบุคคลที่สาม เหตุเกิดที่แขวงสามเสนใน เขตพญาไท,แขวง-เขตดุสิต  กทม.,ตำบลสำโรงเหนือ  อำเภอเมือง  จ.สมุทรปราการ  เกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐   มาตรา ๑๔(๒), (๓),ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒

                  เพื่อเป็นการตอกย้ำเจตนาของจำเลยเราจะไปตรวจสอบเกี่ยวกับเทคโนโลยีของ โทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นประเด็นที่จำเลยมีการแย้งว่า ไม่ได้เป็นผู้ส่งข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

                  เรื่องนี้ เป็นประเด็นเทคนิคเฉพาะด้านที่มีการโต้เถียงกันอย่างกว้างขวาง ศัพท์เทคนิคที่เรียกว่า อีมี่ หรือหมายเลขกำกับโทรศัพท์แต่ละเครื่องซึ่งยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าอาจจะมี การแก้ไข เพื่อโยนความผิดให้กับอากงได้

                  ฝ่ายที่เห็นว่าอางกงกระทำความผิดจริง ก็จะแสดงเหตุผลว่า โทรศัพท์ที่พร้อมใช้งาน จะมีข้อมูลสำคัญ 2 อย่างคือ

1. IMEI ซึ่งเป็น รหัสที่ระบุตัวตนของโทรศัพท์ซึ่งตามหลักโทรศัพท์แต่ละเครื่องจะมี IMEI ไม่ซ้ำกัน ถึงแม้จะเป็น ยี่ห้อเดียวกัน รุ่นเดียวกันก็ตาม

2. IMSI ซึ่งเป็น รหัสที่ระบุใน SIMหลังจากที่ เปิดโทรศัพท์แล้ว

                  ดังนั้นข้อมูลทั้ง 2 นี้ จึงเป็นหลักฐานสำคัญในชั้นศาล ซึ่งมีการให้ข้อมูลบ่งชี้พฤติกรรมอันน่าสงสัยของอากงว่ามีการเปลี่ยนซิมมือ ถือจากทรูไปใช้เป็นดีแทค ชั่วขณะ ซึ่งระบบสามารถตรวจเช็คได้ทันทีว่าส่งมาจากที่ไหนไปไหน โดยในที่นี้ตรวจสอบแล้วพบว่ามีการส่งข้อความที่บ้านของอากง

                  ส่วนฝ่ายที่ไม่เชื่อว่าอากงส่งเอสเอ็มเอส ก็จะโต้แย้งว่ามีเทคโนโลยีหรือโปรแกรมเฉพาะด้านที่สามารถเข้าไปแก้ไขเลข IMEI ได้อย่างอิสระ

                   แต่ก็จะถูกตั้งข้อสังเกต เพิ่มเติมจากข้ออ้างของอากงว่าในเดือนพฤษภาคม ได้นำเอาโทรศัพท์ไปซ่อม ซึ่งอาจเป็นช่วงที่มีการปลอมแปลงอีมี่ แต่ทว่าอางกงกลับไม่สามารถจำได้ว่าร้านที่เอามือถือไปซ่อมอยู่ที่ไหน ทั้งๆที่ต้องไปส่งและไปรับมือถือที่ซ่อมถึง 2 ครั้ง

                   ข้อเท็จจริงทางเทคโนโลยีมายละเอียดเพิ่มเติมอย่างไรบ้าง สำนักข่าวที-นิวส์ก็จะได้ไปตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญในลำดับต่อไปเพื่อให้รู้ ว่าฝ่ายไหนพูดจริงฝ่ายไหนโกหก

                    อย่างไรก็ตามมีการตั้งประเด็นข้อสงสัยเพิ่มเติมด้วยซ้ำว่า การที่อากงพยายามต่อสู้ในชั้นศาล ทั้งๆที่ข้อมูลมัดแน่นแล้ว เป็นเพราะการที่ทนายคนเสื้อแดงที่ชื่อนายอานนท์ ลำภา ต้องการใช้อากงเป็นเหยื่อหรือเครื่องมือที่จะนำไปใช้ต่อสู้เพื่อขยายผลให้มี การยกเลิกมาตรา 112 เพราะในทางนิติศาสตร์การต่อสู้ คดีทั้งๆที่รู้ว่ากระทำความผิด เท่ากับไม่สำนึกผิด และแทนที่โทษนั้นจะได้รับการพิจารณาลดหย่อนหากรับสารภาพตั้งแต่ต้น ก็จะต้องได้รับโทษเต็มอัตราตามที่กฎหมายบัญญัติเอาไว้

                     ทั้งนี้ สำนักข่าวที-นิวส์จะทำการเกาะติดเรื่องนี้กันแบบทุกซอกทุกมุมเพื่อให้สังคม ได้รับทราบข้อเท็จจริงของแผนร้ายที่เกิดกระบวนการหากินกับความทุกข์ยากของ มนุษย์คนหนึ่ง และกับการกล่าวอ้างถึงศัพท์เทคนิคที่เรียกว่าอีมี เราก็จะได้ไปตรวจสอบความจริงในลำดับถัดไปว่าอะไรเป็นอะไร

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

รีโมท ซื้อ รีโมท จากผู้ค้าส่งโดยตรง ที่มีหน้าร้านจริง ที่ บ้านหม้อ และ คลองถม ราคาถูกกว่าใคร ปลอดภัย มีรับประกัน

คนไทยกู้แผ่นดิน บนเฟชบุ๊ค

บทความย้อนหลัง