บล็อกนี้เป็นเพียงช่องทางรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากที่ต่างๆ ผู้จัดทำไม่ได้มีเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารหรือต้องการให้ร้าย องกรณ์ หน่วยงานและบุคคลใดๆทั้งสิ้น+++++ หากบทความใดผิดพลาดหรือกระทบต่อ องกรณ์ หน่วยงาน หรือบุคคลใด ผู้จัดทำก็กราบขออภัยไว้ล่วงหน้า +++++ ผู้อ่านท่านใดมีข้อมูลหักล้าง ชี้แนะ หรือมีความเห็นใดๆเพิ่มเติมก็ขอความกรุณาแสดงความเห็นเพื่อให้เป็นความรู้สำหรับผู้อ่านท่านต่อๆไปได้ตามแต่จะเห็นสมควร ------------- ขอขอบคุณเจ้าของบทความทุกๆท่านมา ณ. ที่นี้ด้วยครับ *******ช.ช้าง *******

วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ประชานิยมสำลักน้ำ

 
   + อันดับข่าวอ่านมากที่สุดนี้

หนุนเปิด “ตลาดน้ำ” กู้วกฤติ ช่วยโชวห่วยระบายสินค้า/ฟื้...
“บ้านจัดสรร-รง.”อลหม่าน หนีน้ำท่วมค่าเช่าโกดังพุ่ง...
กฟผ.ป้อง‘ยันฮี’สุดฤทธิ์! มั่นใจกระแสไฟฟ้าไร้ปัญหา...
Speacial REPORT ประชานิยมสำลักน้ำ...
The Best CEO มุ่งมั่นกับเส้นทาง..เพื่อชีวิตใหม่ ที่ด...
4 นิคมฯฝงตะวันออกระทึก! ผุดเขื่อน 3 เมตรสู้/1,000 โรงงา...
ยืดเสียภาษี-ฟื้นเชื่อมั่น ซับน้ำตานิคมอุตฯ/แบงก์พร้อมรั...

การันตีทั้งที่น้ำท่วมปาก รัฐบาลทุบโต๊ะยืนยัน..อย่างไรเสียโครงการประชานิยมจะยังเดินหน้าต่อไปในวัน ที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้ชะลอการใช้จ่ายเม็ดเงิน เพื่อนำไปกันสำรองในส่วนมูลค่า ความเสียหายจากมหาอุทกภัยท่วมประเทศ

“ที่ประชุมมีมติให้แต่ละหน่วยงานปรับลดงบประมาณปี 2555 จำนวน 10% เพื่อนำมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมซึ่งคาดว่าจะระดมเม็ดเงินได้หลายหมื่น ล้านบาท ยืนยันว่า การปรับลดงบดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการลงทุนเดิมของรัฐบาลที่ได้วางแผนไว้แล้ว”

ซุ่มเสียงของ “วรวิทย์ จำปีรัตน์” ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ที่เปิดเผยถึง งบประมาณในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่คาดว่า จะสามารถหาเม็ดเงินมาได้จำนวน 80,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ครม. ยังได้เห็นชอบให้ขยายกรอบวงเงินขาดดุลงบประมาณปี 55 เพิ่มอีก 50,000 ล้านบาท จากเดิม 350,000 ล้านบาท เพื่อนำมาช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบวิกฤติปัญหาน้ำท่วม

ในส่วนการแก้ปัญหาอุทกภัยในระยะ ยาว รัฐบาลก็เตรียมออกกฎหมายกู้เงินมาลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบ โดยคาดว่าจะมีวงเงินกู้หลายแสนล้านบาทเลยทีเดียว

สรุปคือ รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าประชานิยมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจคู่ขนานไปกับการ เยียวยาปัญหาน้ำท่วมภายใต้วงเงินเบื้องต้น 80,000 ล้านบาท บวกกับงบขาดดุลปี 2555 ที่เพิ่มขึ้นมาอีก 50,000 ล้านบาท โดยไม่กู้ต่างประเทศ แต่ในส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวในเชิงโครงสร้าง รัฐบาลเตรียม ออกกฎหมายเงินกู้เพื่อรองรับวงเงินหลายแสนล้านบาท ซึ่งนั่นมันก็รับกับสิ่งที่ “อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร” ระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะมีการดึงเงินจากประเทศจีนมาจัดการบริหารน้ำทั้งระบบ

อย่างไรก็ดี ด้วยจำนวนเงินเยียว ยาที่รัฐบาลวางกรอบไว้เบื้องต้น หากประเมินจากค่าความเสียหาย ยึดโยงโดยตรง จากการประเมินตัวเลขของ “ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช” ทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ที่เคาะค่าความเสียหาย ออกมาเฉพาะในส่วนทรัพย์-สินที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานและบ้านเรือนประชาชนก็ปา เข้าไป 500,000 ล้านบาทแล้ว

ส่งผลให้หลายฝ่ายแสดงความห่วงใยว่า ด้วยเม็ดเงินที่รัฐบาลขีดเส้นเอาไว้จะไม่เพียงพอกับการเยียวยาและแก้ปัญหา น้ำท่วมของประชาชนและเอกชนผู้ประสบภัย

“การที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ทุกหน่วยงานราชการหั่นงบประมาณร้อยละ 10 เพื่อมาใช้ในการฟื้นฟูน้ำท่วม รวมประมาณ 80,000 ล้านบาท ไม่เพียงพอในการฟื้นฟูน้ำท่วมอย่างแน่นอน เพราะความเสียหายมีมูลค่าสูงถึง 400,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 20 ของงบประมาณทั้งหมดที่ 2.3 ล้านล้านบาท ขณะที่รัฐบาลจัดเก็บรายได้ 1.98 ล้านล้านบาท ดังนั้น รัฐบาลต้องหาเงินเพิ่มอีก 200,000-300,000 ล้านบาท จึงจะเพียงพอ รัฐบาลควรที่จะทบทวนหรือชะลอโครงการประชานิยมที่ยังไม่ได้เริ่ม เพื่อนำเม็ดเงินมาใช้ในการฟื้นฟูน้ำท่วมเป็นลำดับแรก”

ข้อเสนอของ “สมเกียรติ อนุราษฎร์” รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อดูแลมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ล้วนสะท้อนให้เห็นมิติในการเยียวยาและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเฉพาะหน้าที่แตกต่าง กับแนวทางของรัฐบาลอย่างน่าสนใจ

ยิ่งหากสแกนดูในพื้นที่ที่ปัญหาเรื่อง น้ำหลากเริ่มก่อตัวทั้งในภาคอีสาน และมีแนวโน้มเป็นไปได้สูงว่าจะหนักหนาสากรรจ์ในภาคใต้ คงไม่ต้องอรรถาธิบายให้มากความว่าเม็ดเงินที่รัฐบาลเตรียมเอาไว้ จะเพียง พอต่อการแก้ปัญหาน้ำหลากท่วมประเทศหรือไม่???

เสียงเรียกร้องจากหลายภาคส่วนให้ชะลอโครงการประชานิยมในส่วนที่เป็นเมกะโป รเจกต์ที่ยังไม่ดำเนินการ ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่า ต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ จึงไม่ต่างจากทางสองแพร่งแห่งอนาคตรัฐบาลว่า “นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชิน-วัตร” หรือแม้กระทั่ง “นายกฯ ทักษิณ” จะเลือกเดินไปข้างหน้าหรือทบทวนใหม่

อย่างไรก็ดี หากวาดภาพเฉพาะในเรื่องงบประมาณโครงการเมกะโปรเจกต์ ในส่วนของรถไฟฟ้า 12 สาย..

สายสีแดง 147,770 ล้านบาท สายสีแดงอ่อน 99,550 ล้านบาท สายสีแดง ARL 25,920 ล้านบาท สายสีเขียวเข้ม 129,940 ล้านบาท สายสีเขียวอ่อน 15,140 ล้านบาท สายสีน้ำเงิน 93,090 ล้านบาท สายสีม่วง 149,950 ล้านบาท สายสีส้ม 129,135 ล้านบาท สายสีชมพู 38,230 ล้านบาท สายสีเหลือง 160,560 ล้านบาท สายสีขาว 38,442 ล้านบาท และ สายสีเทา 31,870 ล้านบาท ซึ่งรวมเบ็ดเสร็จเป็นเงินจำนวน 1,059,597 ล้านบาท

หากชะลอการใช้จ่ายเงินจำนวนนี้ได้ หรือในกรณีอาจจะเลื่อนงบประมาณที่จะใช้เบิกจ่ายในโครงการจำนำข้าวที่มี มูลค่า 400,000 ล้านบาทออกไปก่อน มันก็น่าจะสามารถโปะงบประมาณได้เพียงพอ ที่รัฐบาลอาจจะไม่ต้องไปออกกฎหมายเงินกู้มันก็มีทางเป็นไปได้

ทางเลือกทางรอดของรัฐบาลในวันที่ประเทศจมบาดาล ล้วนเป็นสิ่งที่ “นายกฯ ยิ่งลักษณ์” ต้องพินิจพิเคราะห์ ตรึกตรองและขบให้แตก ยืดเวลาประชานิยมออกไปในวันที่ประชาชนค่อนประเทศได้รับความเดือดร้อน มันจะมีเหตุผลเพียงพอที่จะชี้แจงต่อสาธารณชนหรือไม่???...ตาสีตาสาประชาชนตา ดำๆ ก็คิดออก!!!

แต่หากรัฐบาลปล่อยให้ปัญหาน้ำท่วมลุกลามบานปลายถึงขั้นซึมลึก เพียงแต่เป็นกังวลในเรื่องคะแนนนิยมอันเกิดขึ้นจากสัญญาประชาคม สุดท้าย อนาคตของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร???.. ตาสีตาสาประชาชนตาดำๆ เขาก็คงคิดออกเช่นกัน!!!

ประชานิยมแค่สำลักน้ำ ไม่ได้ตายเพราะน้ำ เอาไว้วันข้างหน้าคนทั้งประ-เทศลุกขึ้นยืนเองได้ แล้วค่อยเดินหน้าไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน..พรุ่งนี้ไม่สายขอรับ!!! 




สยามธุรกิจ

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

รีโมท ซื้อ รีโมท จากผู้ค้าส่งโดยตรง ที่มีหน้าร้านจริง ที่ บ้านหม้อ และ คลองถม ราคาถูกกว่าใคร ปลอดภัย มีรับประกัน

คนไทยกู้แผ่นดิน บนเฟชบุ๊ค

บทความย้อนหลัง