บล็อกนี้เป็นเพียงช่องทางรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากที่ต่างๆ ผู้จัดทำไม่ได้มีเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารหรือต้องการให้ร้าย องกรณ์ หน่วยงานและบุคคลใดๆทั้งสิ้น+++++ หากบทความใดผิดพลาดหรือกระทบต่อ องกรณ์ หน่วยงาน หรือบุคคลใด ผู้จัดทำก็กราบขออภัยไว้ล่วงหน้า +++++ ผู้อ่านท่านใดมีข้อมูลหักล้าง ชี้แนะ หรือมีความเห็นใดๆเพิ่มเติมก็ขอความกรุณาแสดงความเห็นเพื่อให้เป็นความรู้สำหรับผู้อ่านท่านต่อๆไปได้ตามแต่จะเห็นสมควร ------------- ขอขอบคุณเจ้าของบทความทุกๆท่านมา ณ. ที่นี้ด้วยครับ *******ช.ช้าง *******

วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2555

เปิดคำวินิจฉัย ป.ป.ช.คดี“เสธ.หนั่น”กู้เท็จ 45 ล้านเทียบ 30 ล้านปริศนา!ปูตายน้ำตื้น?

เขียนโดย เสนาะ สุขเจริญ Isara news


เปิดคำวินิจฉัย ป.ป.ช.และศาลรัฐธรรมนูญคดีเงินกู้เท็จ 45 ล้าน พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เทียบกรณี เงินให้กู้บ.สามีนอกสมรส ปริศนา 30 ล้าน  เหมือน-แตกต่างระหว่าง“ลูกหนี้”กับ“เจ้าหนี้” นายกฯปู-ยิ่งลักษณ์ ซ้ำรอย“ตายน้ำตื้น”หรือไม่?

          มีข้อมูลหลายอย่างที่ชี้ให้เห็นว่ากรณี “เงินให้กู้ยืม” 30 ล้านบาทของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และกรณีเงินกู้ 45 ล้านบาทของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ อดีตรองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คล้ายคลึงและแตกต่างกัน

อย่างน้อยก็ข้อมูลที่ว่า           

          น.ส.ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี มีสถานะเป็น “เจ้าหนี้” ขณะที่ บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด ของนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามีนอกสมรส มีสถานะเป็น “ลูกหนี้”
          
          ขณะที่ กรณีเงินกู้ 45 ล้านบาท พล.ต.สนั่น มีสถานะเป็น “ลูกหนี้”  บริษัท เอ เอ เอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ซึ่งคนใกล้ชิด พล.ต.สนั่นถือหุ้นใหญ่  มีสถานะเป็น “เจ้าหนี้”
           
          แต่ทว่าถ้าพลิกเนื้อหาคำวินิจฉัยของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในคดีเงินกู้ 45 ล้านบาท จะพบข้อมูลที่น่าสนใจ
          
          พล.ต.สนั่น แจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่ามีรายการหนี้สินกู้ยืมเงิน 45 ล้านบาทจากบริษัท เอ เอ เอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โดยแสดงสำเนา “สัญญากู้ยืม” 3 ฉบับไว้เป็นหลักฐาน
         
สัญญากู้เงินฉบับแรกอ้างว่าทำขึ้นวันที่ 11 มกราคม 2540 จำนวน 20 ล้านบาท
         
สัญญากู้เงินฉบับที่สองอ้างว่าทำขึ้นวันที่ 20 มีนาคม 2540 จำนวน 15 ล้านบาท
         
สัญญากู้เงินฉบับที่สามอ้างว่าทำขึ้นวันที่ 15 พฤษภาคม 2540 จำนวน 10 ล้านบาท
         
สัญญาทั้ง 3 ฉบับอ้างว่าทำขึ้นที่บ้านสนามบินน้ำของ พล.ต.สนั่น
         
          คณะกรรมการ ป.ป.ช.วินิจฉัยว่าเป็นการกู้เท็จ เนื่องจาก บริษัท เอ เอ เอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัดไม่มีการลงบัญชีงบดุลว่ามีเงินให้ พล.ต.สนั่นกู้ยืมเงิน บริษัท บริษัท เอ เอ เอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัดมีผลประกอบการขาดทุนหลายปีติดต่อกันจำนวนหลายสิบล้านบาท
         
          ประการสำคัญ ป.ป.ช.ไม่เชื่อว่ามีการกู้ยืมเงินกันจริงเพราะ พยานที่ลงลายมือในสัญญากู้ยืมเงิน 45 ล้านบาทเมื่อถูกเรียกตัวมาสอบปากคำให้การรวมทั้งตัว พล.ต.สนั่นเอง ต่างให้การยืนยันว่า สัญญากู้เงินทั้ง 3 ฉบับ (ลงวันที่ต่างกัน) แท้จริงแล้วลงนามในวันเดียวกันในเดือนมกราคมที่บ้านสนามบินน้ำของ พล.ต.สนั่นและวันนั้นก็ไม่มีการส่งมอบเงินกันจริงตามจำนวนและวันเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา
         
          นายเกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม กรรมการ ป.ป.ช. (ขณะนั้น) ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวใต้อาคารสำนักงาน ป.ป.ช.ถนนพิษณุโลก วันที่ 28 มีนาคม 2543 ว่า “ไม่คิดเลยว่า พล.ต.สนั่นจะต้องมาตายน้ำตื้น เพราะตัวท่านเองยอมรับว่าสัญญาทำขึ้นที่บ้านสนามบินน้ำ”
          
          ศาลรัฐธรรมนูญก็ใช้ข้อเท็จจริงดังกล่าวไปใช้เป็นเหตุผลในการวินิจฉัยว่า พล.ต.สนั่นจงใจปกปิดบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยเหมือนกัน
           
          กรณี“เงินให้กู้ยืม”ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ซึ่งแจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินระบุว่ามี “เงินให้กู้ยืม” บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด จำนวน 30 ล้านบาท แบ่งเป็นออก “ตั๋วสัญญาใช้เงิน” 3 ฉบับ 
           
          ฉบับแรกเลขที่ 01/2549  วันที่  6  ตุลาคม 2549  ออกตั๋ว ณ สำนักงานเลขที่ 73 ถนนสุขุมวิท 62 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ  (อาคารเอ็มลิงค์) ผู้ออกตั๋ว บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด โดย น.ส.สุมิตรา อิงคผาติ กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม สัญญาจะจ่ายเงิน จำนวน 20,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราเงินฝากประจำ 1 ปี ของธนาคารงกรุงไทย จำกัด (มหาชน)  จ่ายเงินตามตั๋วให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อทวงถาม สถานที่ใช้เงิน ณ  บ้านเลขที่ 38/9 หมู่ที่ 9 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ
           
          ฉบับที่ 2 เลขที่ 01/2550 วันที่  9  มีนาคม 2550  จำนวน 5,000,000 บาท มีรายละเอียดเหมือนตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับแรก
          
          ฉบับที่ 3 เลขที่ 02/2550 วันที่ 13  มีนาคม 2550  จำนวน 5,000,000 บาท มีรายละเอียดเหมือนตั๋วสัญญาใช้เงินฉบับแรกและฉบับที่สอง 
         
          อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่า บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด (มีฐานะขาดทุนหลายปีติดต่อกัน) ไม่ได้ลงในบัญชีงบดุล ปี 2549  (ตามที่อ้างว่ามีการออกตั๋วสัญญาใช้เงินวันที่ 6 ตุลาคม 2549  จำนวน 20 ล้านบาท) หากแต่มีการนำมาในบัญชีงบดุลปี 2550 จำนวน 30 ล้านบาทแทน
         
          กรณีนี้ ถ้าพิสูจน์ได้ว่า “วันเวลา”ที่บริษัท แอ็ด อินเด็กซ์ จำกัด อ้างว่าได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 3 ฉบับ ได้แก่ วันที่  6  ตุลาคม 2549  ,วันที่  9  มีนาคม 2550  และ วันที่ 13  มีนาคม 2550  แท้จริงแล้วทำขึ้นวันเดียวกัน และการกู้ยืมดังกล่าวก็มิได้ตรงกับที่ระบุในตั๋วสัญญาใช้เงิน (ในกรณีอ้างว่ามีการกู้ยืมกันจริง) เหมือนกรณีเงินกู้ 45 ล้านบาทของ พล.ต.สนั่น  
        
          น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเข้าข่ายแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยถ้อยคำและข้อความอันเป็นเท็จต่อ ป.ป.ช. และจะต้อง“ตายน้ำตื้น”เหมือน เสธ.หนั่นหรือไม่?

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

รีโมท ซื้อ รีโมท จากผู้ค้าส่งโดยตรง ที่มีหน้าร้านจริง ที่ บ้านหม้อ และ คลองถม ราคาถูกกว่าใคร ปลอดภัย มีรับประกัน

คนไทยกู้แผ่นดิน บนเฟชบุ๊ค

บทความย้อนหลัง