บล็อกนี้เป็นเพียงช่องทางรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากที่ต่างๆ ผู้จัดทำไม่ได้มีเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารหรือต้องการให้ร้าย องกรณ์ หน่วยงานและบุคคลใดๆทั้งสิ้น+++++ หากบทความใดผิดพลาดหรือกระทบต่อ องกรณ์ หน่วยงาน หรือบุคคลใด ผู้จัดทำก็กราบขออภัยไว้ล่วงหน้า +++++ ผู้อ่านท่านใดมีข้อมูลหักล้าง ชี้แนะ หรือมีความเห็นใดๆเพิ่มเติมก็ขอความกรุณาแสดงความเห็นเพื่อให้เป็นความรู้สำหรับผู้อ่านท่านต่อๆไปได้ตามแต่จะเห็นสมควร ------------- ขอขอบคุณเจ้าของบทความทุกๆท่านมา ณ. ที่นี้ด้วยครับ *******ช.ช้าง *******

วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

การเลือกตั้งในอนาคต โดย ดร.ไก่

  • เห็นหลายพรรคเริ่มนำเสนอนโยบายขายฝันกันใหญ่ ผมว่าจะมีก็แต่บ้านเราเนี่ยมั้งครับ ที่พรรคการเมืองนำเสนอนโยบายเหมือนขายขนมกัน พุ่งตรงไปที่กลุ่มเป้าหมาย ด้วยการ "ให้" เป็นตัวนำตัวทำคะแนน

    ทว่าจริงๆแล้ว พรรคการเมืองเขาควรจัดทำนโยบายกันเช่นไร? ควรมีกรอบ มีขีดจำกัด และจำต้องรับผิดชอบต่ิอสิ่งที่ได้นำเสนอนี้ไหม?
    ถ้า ผมเปลี่ยนได้ ผมจะบังคับให้พรรคการเมือง จะต้องจัดทำนโยบายหาเสียงของตน ให้อยู่ในกรอบ และให้สอดรับกับ "แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ" ซึ่งบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญตั้งแต่ฉบับปี2540และ2550นี้
  •   ‎"แนวนโยบายพื้ยฐานแห่งรัฐ" จริงๆแล้วก็คือ การขีดเส้นให้ฝ่ายบริหารหรือฝ่ายการเมืองได้ดำเนินการพฒนาบ้านเมืองตามแนว ทางที่ว่าไว้ แต่ก็แปลกที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองไม่เคยหยิบจับหรือทำตามหมวดนี้เลย เช่นนี้แล้วเมื่อเส้นที่ขีดไว้ แต่กลับไม่มีใครเห็น ใครใส่ใจ ต้นเหตุของการบริหารชาติบ้านเมืองอย่างมั่วซั้ว จะเกิดขึ้นได้ด้วยการผ่านการเลือกตั้งมาด้วยนโยบายที่มั่วซั้วนี้เช่นกัน


  • เคยอ่านเจอคำพูดของนายพล..คนนึง ของสหรัฐ กล่าวเตือน พลเมืองของเขาว่า ผู้มาหาเสียงสามารถพูด อะไรได้เรื่อยเปื่อย แม้แต่ จะสร้างสะพาน ข้ามน้ำ ในที่ที่ไม่มี แหล่งน้ำ สร้างถนน บนทุ่งหญ้าที่สัตว์อาศัย อยู่ ก็ยังได้ แต่หลังจากเลือกมาแล้ว ก็เป็น เรื่อง ของ ปชช ที่จะต้อง มาคิดกันเอง ว่า เลือก คนพวกนี้มาได้อย่างไร ....


  • เช่นนี้แล้ว สิ่งที่เราจะได้เห็นกันในช่
    วงการรณรงค์หาเสียงนี้ (หากมีการเปลี่ยนแปลง)ก็คือ
    1.นโยบายหาจะต้องชอบด้วยกฎหมาย อยู่ในกรอบของการพัฒนาชาติบ้านเมือง ภายใต้บทบัญญัติแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
  • 2.เรา จะได้เห็นรายชื่อส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด ผนวกกับรายชื่อของว่าที่ ผู้นำประเทศและคณะรัฐมนตรีเงาไม่ต่ำกว่า 18 ตำแหน่ง จากพรรคการเมืองแต่ละพรรคกันล่วงหน้า (ห้ามแก้ห้ามเปลี่ยนกันภายหลัง)
  • 3.ว่าที่คณะรัฐมนตรีนี้ จะต้องมีคุณสมบัติไม่น้อยไปกว่าที่ กพ.กำหนดไว้สำหรับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด สำหรับหน่วยงานที่ตนกำกับดูแลอยู่ และ
    4.จำนวน ของส.สบัญชีรายชื่อ ที่แต่ละพรรคจะได้นั้น (หากคะแนนถึงเกณฑ์)จะมีจำนวนที่เท่าๆกัน โดยไม่เกิน2/3ของจำนวน300คน อีก1/3จะเป็นส.ส.ที่สรรหา จากทุกสาขาอาชีพของภาคประชาชน เข้าร่วมกันทำหน้าที่ในสภานิติบัญญัติ เช่นนี้แล้วตัวแปรที่สำคัญ ว่าใครจะได้นั่งเก้าอี้ฝ่ายบริหาร จะมีส.สสรรหา เป็นตัวแปรที่สำคัญสุดในการให้การสนับสนุน
  • และ ที่สำคัญก็คือ พรรคเล็กพรรคน้อยจะหายหมด จะเหลือก็แต่พรรคใหญ่ในอดีต2พรรค ที่จะรับเอาพวกเดียวกับตนเข้าไว้ เช่นนี้แล้วจะเปิดทางให้มีพรรคการเมืองน้ำใหม่ขึ้นมาอีก1พรรค เพื่อมาต่อกรกับพรรคเก่า หากพรรคกมม.ใจเย็นๆ สร้างพรรคให้เป็นปึกแผ่น ให้สามารถมีและทำตามข้อกำหนดใหม่นี้ได้ โอกาสที่จะเป็นทางเลือกใหม่ ที่โดดเด่นย่อมเป็นไปได้ และหากผนวกกับอีก100เสียงจากภาคประชาชน ที่รออยู่ในสภาแล้ว การเมืองในอนาคตจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ในเมื่อเราล้มเราโยนการเมืองเก่านั้นทิ้งไม่ได้ เส้นทางนี้ก็จะเปิดโอกาสให้มี การเมืองน้ำดีเข้ามาได้ "แบบในระบบ" และจะมีวัฒนธรรมทางการเมืองที่ดี เป็นตัวค้ำชูให้ประชาชนได้มองเห็นและสนับสนุน นะครับ

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

รีโมท ซื้อ รีโมท จากผู้ค้าส่งโดยตรง ที่มีหน้าร้านจริง ที่ บ้านหม้อ และ คลองถม ราคาถูกกว่าใคร ปลอดภัย มีรับประกัน

คนไทยกู้แผ่นดิน บนเฟชบุ๊ค

บทความย้อนหลัง